.⋆。🧸˚
แสงดาวแห่งดินแดนตะวันตก
แปลโดย: หมื่นล้านคำรัก
‼️ ©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ‼️
3. พี่ชายกับน้องสาว
หลังจากนั้น แมดเดอลีนก็กลับเข้าไปในห้องรับแขกเล็กๆ พร้อมกับพี่ชายที่เธอแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้
“มาเจสตี้!” เขาอุทาน “เหลือเชื่อจริงๆ ที่เธอมาอยู่ที่นี่!”
ความรู้สึกอบอุ่นค่อยๆ ซ่านไปตามเส้นเลือด เธอจำได้ดีว่าชื่อเล่นที่เขาตั้งให้นั้น เมื่อหลุดออกมาจากปากพี่ชายคนนี้มันฟังดูนุ่มนวลเพียงใด
“แอลเฟรด!”
คำพูดแสดงความดีใจหรือความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปรับเธอที่สถานีนั้น ไม่ได้ทำให้เธอซาบซึ้งเท่ากับอ้อมกอดที่เขาโอบรัดเธอ เพราะเขาเคยกอดเธอเช่นนี้ในวันที่เขาจากบ้านมา และเธอไม่เคยลืมเลือน ทว่าตอนนี้เขากลับตัวสูงใหญ่ขึ้นมาก เนื้อตัวมอมแมมดูแปลกตาและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ จนเธอแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นคนคนเดียวกัน เธอถึงกับแอบคิดขำๆ ว่านี่เธอคงถูกคาวบอยอีกคนข่มเหงเข้าให้แล้ว และคราวนี้ก็คือพี่ชายของเธอเอง
“น้องรัก” เขาพูดด้วยเสียงที่สงบลงพลางคลายอ้อมกอด “เธอไม่เปลี่ยนไปเลยนะ มีแต่จะสวยขึ้น แต่ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว และเธอก็คู่ควรกับชื่อที่พี่ตั้งให้จริงๆ ให้ตายสิ! การได้เห็นเธอมันทำให้พี่นึกถึงบ้านขึ้นมาทันที เหมือนผ่านมาเป็นร้อยปีนับตั้งแต่พี่จากมา พี่คิดถึงเธอมากกว่าใครทั้งหมดเลย”
ทุกคำพูดของแอลเฟรดทำให้แมดเดอลีนเริ่มจดจำเขาได้ทีละน้อย เธอทึ่งในการเปลี่ยนแปลงของเขาจนแทบไม่เชื่อสายตา เบื้องหน้าของเธอคือชายหนุ่มผิวสีทองแดง กรามแกร่ง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรี ร่างกายกำยำ สูงสง่า เขาสวมเข็มขัด ใส่รองเท้าบูท ติดเดือยแหลมตามแบบฉบับคาวบอย และมีความแข็งกร้าวประดุจเหล็กกล้าฉายชัดบนใบหน้าที่สั่นเครือตามคำพูด มีเพียงชั่วขณะที่ความแข็งกร้าวนั้นคลายลงและอ่อนโยนขึ้นเท่านั้นที่เธอพอจะเห็นเค้าลางของใบหน้าที่คุ้นเคย สำเนียงการพูดและจังหวะจะโคนต่างหากที่พิสูจน์ว่าเขาคือแอลเฟรดจริงๆ
เธอเคยเอ่ยลาเด็กหนุ่มเสเพลที่ถูกตัดออกจากกองมรดกและไร้อนาคต ภาพจำคือใบหน้าขาวสำอางที่ดูอ่อนแอ มีรอยยิ้มอย่างไม่แยแส และมีบุหรี่คาบอยู่ที่ริมฝีปากเสมอ แต่หลายปีผ่านไป ตอนนี้เธอเห็นเขาเป็นบุรุษเต็มตัว—ดินแดนตะวันตกได้หล่อหลอมเขาขึ้นมาใหม่ และแมดเดอลีน แฮมมอนด์ ก็รู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจอย่างท่วมท้น จนความชิงชังต่อดินแดนเถื่อนที่เพิ่งก่อตัวขึ้นถูกสยบลงทันที
“มาเจสตี้ ดีจริงๆ ที่เธอมา พี่ตื้นตันจนทำอะไรไม่ถูกเลย เธอมาถึงที่นี่ได้อย่างไรกัน? แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้เล่าเรื่องพี่ชายคนโตให้พี่ฟังหน่อยสิ”
แมดเดอลีนจึงเล่าเรื่องพี่ชายคนโตให้เขาฟัง ตามด้วยเรื่องของเฮเลนน้องสาว แอลเฟรดรัวคำถามใส่เธอไม่หยุด เธอเล่าเรื่องแม่ เรื่องป้าเกรซที่เสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว เรื่องเพื่อนเก่าของเขาที่แต่งงานบ้าง กระจัดกระจายกันไปบ้าง หรือหายสาบสูญไปบ้าง ทว่าเธอไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องพ่อ เพราะเขาไม่ได้ถามถึง
ทันใดนั้นเอง คำถามที่รัวมาก็หยุดกึก เขาสำลักความรู้สึก นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำตาจะไหลพรากออกมา สำหรับเธอแล้ว มันเหมือนความขมขื่นที่สะสมมานานแสนนานกำลังถูกชะล้างออกไป การเห็นเขาเป็นเช่นนั้นทำให้เธอเจ็บปวด และในชั่วขณะถัดมาเธอก็รู้สึกใกล้ชิดกับเขามากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต พ่อกับแม่ทำสิ่งที่ถูกต้องกับเขาแล้วหรือ? ชีพจรของเธอเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอไม่ได้พูดอะไรแต่ก้มลงจุมพิตเขา ซึ่งสำหรับเธอนั่นคือการแสดงออกที่พิเศษยิ่ง และเมื่อเขาควบคุมอารมณ์ได้ เขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงการเสียอาการของตนเอง และเธอก็ไม่ได้พูดถึงมันเช่นกัน แต่นั่นกลับประทับลึกเข้าไปในใจของแมดเดอลีน เธอได้เห็นทั้งสิ่งที่เขาสูญเสียไปและสิ่งที่เขาได้รับกลับมา
“แอลเฟรด ทำไมพี่ไม่ตอบจดหมายฉบับหลังๆ ของฉันเลยล่ะคะ?” แมดเดอลีนถาม “ฉันไม่ได้ข่าวจากพี่มาสองปีแล้วนะ”
“นานขนาดนั้นเลยหรือ? เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ คือว่า... อะไรๆ มันเริ่มแย่ลงตั้งแต่อันที่พี่ตอบเธอไปคราวนั้นน่ะ พี่ตั้งใจจะเขียนหาอยู่ตลอดนะแต่ก็ไม่ได้ทำสักที”
“มีอะไรผิดพลาดหรือคะ? เล่าให้ฉันฟังที”
“มาเจสตี้ อย่าเอาเรื่องของพี่มากลุ้มใจเลย พี่อยากให้เธอมีความสุขกับการมาพักผ่อนที่นี่ และไม่อยากให้ต้องมาลำบากใจกับปัญหาของพี่”
“ได้โปรดเล่าเถอะค่ะ ฉันสงสัยอยู่แล้วว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล นั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่ฉันตัดสินใจมาที่นี่ด้วย”
“ก็ได้ ถ้าเธออยากรู้ขนาดนั้น” เขาเริ่มเล่า และแมดเดอลีนรู้สึกได้ว่าเขาดูโล่งใจที่ได้ระบายออกมา “เธอจำเรื่องไร่เล็กๆ ของพี่ได้ใช่ไหม ที่พี่เคยเขียนบอกว่าทำปศุสัตว์ได้ดีอยู่พักหนึ่ง มาเจสตี้... คนเรามันสร้างศัตรูได้ทุกที่แหละ บางทีคนตะวันออกที่มาอยู่ตะวันตกอาจจะสร้างศัตรูได้ร้ายกาจกว่าปกติด้วยซ้ำ พี่เจอไปหลายคน มีเจ้าของไร่วัวคนหนึ่งชื่อวอร์ด—ตอนนี้เขาตายไปแล้ว—พี่กับเขามีปัญหากันเรื่องวัว นั่นทำให้พี่เริ่มสะดุด ต่อมาก็พาท ฮอว์ นายอำเภอที่นี่แหละที่คอยขัดขวางธุรกิจของพี่ เขาไม่ใช่เจ้าของไร่ที่ใหญ่นัก แต่เขามีอิทธิพลสูง พี่กลายเป็นศัตรูกับเขา ทั้งที่พี่ไม่เคยทำอะไรเขาเลย เขาเกลียดยีน สจ๊วต และมีครั้งหนึ่งที่พี่ไปขัดขวางแผนการของเขาที่จะจับยีน แต่เหตุผลจริงๆ ที่เขาจงเกลียดจงชังพี่ก็คือเขารักฟลอเรนซ์ และฟลอเรนซ์กำลังจะแต่งงานกับพี่”
“แอลเฟรด!”
“มีอะไรหรือมาเจสตี้? ฟลอเรนซ์ดูไม่ดีในสายตาเธอหรือ” เขาถามพลางจ้องมองอย่างจับผิด
“เปล่าค่ะ... แน่นอนว่าฉันชอบเธอ แต่ฉันไม่เคยคิดเรื่องเธอกับพี่ในแง่นั้นเลย ฉันตกใจมากค่ะ แอลเฟรด เธอเกิดในตระกูลที่ดีไหมคะ? มีภูมิหลังอย่างไรบ้าง?”
“ฟลอเรนซ์ก็แค่ลูกชาวบ้านธรรมดา เธอเกิดที่เคนตักกี้ โตที่เท็กซัส ครอบครัวผู้ดีมหาเศรษฐีของเราคงจะรังเกียจ—”
“แอลเฟรด พี่ก็ยังเป็นคนตระกูลแฮมมอนด์อยู่นะคะ” แมดเดอลีนพูดพลางเชิดหน้าขึ้น
แอลเฟรดหัวเราะ “เราจะไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้หรอกนะมาเจสตี้ พี่จำเธอได้ และถึงเธอจะหยิ่งทระนงแค่ไหนแต่เธอก็มีหัวใจ ถ้าเธออยู่ที่นี่สักเดือนเธอจะรักฟลอเรนซ์ คิงสลีย์ พี่อยากให้เธอรู้ว่าเธอมีส่วนอย่างมากที่ช่วยให้พี่กลับตัวกลับใจได้... เอาล่ะ เล่าต่อนะ ยังมีดอน คาร์ลอส เจ้าของไร่ชาวเม็กซิกันอีกคน เขาคือศัตรูที่ร้ายที่สุดของพี่ เขาเป็นเม็กซิกันที่เจ้าเล่ห์ โกงพี่จนพี่แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ตอนนี้คดีความยังค้างอยู่ที่ซานตาเฟ พี่มีวัวเหลืออยู่ไม่กี่ร้อยตัวที่ปล่อยไว้ในไร่ของสติลเวลล์ และพี่ก็ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานให้เขา”
“หัวหน้าคนงาน?” แมดเดอลีนถามย้ำ
“พี่เป็นแค่หัวหน้าพวกคาวบอยของสติลเวลล์น่ะ และพี่ก็พอใจกับงานนี้มาก”
แมดเดอลีนรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ในใจ เธอเริ่มเห็นแล้วว่าชีวิตที่หรูหราและปิดกั้นของเธอในนิวยอร์กนั้น ทำให้เธอไม่เคยต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่บีบคั้นอารมณ์เช่นนี้เลย
“ที่ดินของพี่เอาคืนมาไม่ได้หรือคะ?” เธอถาม “พี่เป็นหนี้อยู่เท่าไหร่”
“หมื่นเหรียญก็น่าจะปลดหนี้ทั้งหมดและเริ่มต้นใหม่ได้แล้วล่ะ แต่นั่นมันเงินมหาศาลเลยนะสำหรับที่นี่ และพี่ก็หาไม่ได้ด้วย”
แมดเดอลีนเดินเข้าไปหาแอลเฟรดแล้ววางมือบนบ่าเขา
“เราต้องไม่เป็นหนี้ค่ะ”
เขาจ้องมองเธอราวกับว่าคำพูดของเธอช่วยย้ำเตือนสิ่งที่เขาหลงลืมไปนาน แล้วเขาก็ยิ้มออกมา
“เธอช่างเผด็จการจริงๆ! พี่ลืมไปเลยว่าน้องสาวคนสวยของพี่จริงๆ แล้วเป็นใคร มาเจสตี้ อย่าบอกนะว่าเธอจะให้พี่เอาเงินจากเธอน่ะ?”
“ใช่ค่ะ”
“พี่ไม่เอาหรอก พี่ไม่เคยทำแบบนั้น แม้แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย”
“ฟังนะแอลเฟรด” เธอพูดต่ออย่างจริงจัง “นี่มันคนละเรื่องกันเลย ตอนนั้นฉันมีแค่เบี้ยเลี้ยง พี่คงไม่รู้ว่าหลังจากจดหมายฉบับล่าสุด ฉันได้รับมรดกจากป้าเกรซแล้ว ลำพังแค่ดอกเบี้ยฉันยังใช้ไม่ถึงครึ่งเลย มันเป็นเงินของฉันค่ะ ไม่ใช่เงินของพ่อ พี่จะทำให้ฉันมีความสุขมากถ้าพี่ยอมรับมัน แอลเฟรด... ฉันทึ่งในการเปลี่ยนแปลงของพี่มาก ฉันดีใจจริงๆ พี่ต้องไม่ถอยหลังกลับไปอีกแล้วนะ เงินหมื่นเหรียญสำหรับฉันคืออะไร? บางทีฉันก็ใช้หมดภายในเดือนเดียวด้วยซ้ำ ถ้าพี่ให้ฉันช่วย มันจะเป็นผลดีกับตัวฉันเองพอๆ กับพี่นะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ”
เขายอมรับด้วยความตื้นตันใจ และเริ่มพูดคุยเรื่องอื่น “พี่ว่าอีกเดี๋ยวพวกขุนนางที่ไหนสักคนก็คงจะมาผลาญเงินเธออยู่ดี พี่ขอแบ่งเอามาใช้ก่อนที่เขาจะเอาไปหมดละกันนะ” เขาพูดตบท้ายอย่างติดตลก
“พี่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้างคะเนี่ย?” เธอถามกลั้วหัวเราะ
“มากกว่าที่เธอคิดอีก ถึงเราจะอยู่ห่างไกลแต่เราก็มีข่าวนะ ใครๆ ก็รู้จักท่านแองเกิลส์บิวรี่ และท่านดุ๊กอิตาลีที่ตามจีบเธอไปทั่วยุโรปนั่นด้วย แล้วก็ลอร์ดแคสเซิลตันที่ดูจะเป็นตัวเต็ง ว่าไงล่ะมาเจสตี้?”
แมดเดอลีนสัมผัสได้ถึงความเย้ยหยันจางๆ ในน้ำเสียงของเขา เธอเกือบลืมเรื่องสังคมชั้นสูงไปเสียแล้ว
“แอลเฟรดคะ” เธอเริ่มพูดอย่างจริงจัง “ฉันไม่เชื่อว่าจะมีสุภาพบุรุษผู้มีบรรดาศักดิ์คนไหนได้มาใช้เงินของฉันหรอกค่ะ”
“พี่ไม่ได้สนเรื่องเงินนั่นหรอก พี่สนตัวเธอต่างหาก!” เขาโพล่งออกมาพลางคว้าตัวเธอกอดไว้จนเธอตกใจ “เธอช่างสง่างามและมหัศจรรย์เหลือเกิน คนเขาเรียกเธอว่า 'โฉมงามแห่งอเมริกา' (American Beauty) แต่เธอเป็นมากกว่านั้น เธอคือ 'หญิงสาวแห่งอเมริกา' (American Girl)! มาเจสตี้... อย่าแต่งงานกับใครถ้าเธอไม่ได้รักเขา และขอให้รักคนอเมริกันเถอะนะ อยู่ที่นี่ให้นานพอที่จะได้รู้จักผู้ชาย... ผู้ชายจริงๆ ของประเทศเราเองบ้าง”
“แอลเฟรด ฉันเกรงว่าการแต่งงานข้ามชาติมันไม่ได้มีแค่เรื่องผู้ชายจริงๆ หรือความรักจริงๆ เสมอไปหรอกค่ะ แต่เฮเลนรู้เรื่องนี้ดี มันเป็นการตัดสินใจของเธอเอง”
“เฮเลนชอบความหรูหรามาตลอด พี่พนันได้เลยว่าเธอไม่เคยมองเห็นตัวตนของแองเกิลส์บิวรี่หรอก เห็นแต่เหรียญทองกับสายสะพายบนอกเขานั่นแหละ” พี่ชายของเธอพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องที่ ยีน สจ๊วต เอารูปเธอไปติดไว้ในห้องนอน และยอมเลิกเหล้าเป็นเดือนเพราะไม่อยากให้เธออายที่มีคนขี้เมาเอารูปเธอไปติด
แมดเดอลีนยิ้มให้กับเรื่องเล่าของพี่ชายแต่ไม่ได้ตอบอะไร เธอแค่ยังปรับตัวไม่ได้กับวิถีชีวิตชาวตะวันตกที่ดูเป็นอิสระเกินไปแบบนี้ พี่ชายของเธอเพิ่งจะขอร้องอย่างจริงจังไม่ให้เธอแต่งงานเพื่อเกียรติยศ แต่เขากลับยอมให้คาวบอยเอารูปเธอไปติดในห้องนอน แถมยังเอาชื่อเธอไปอ้างเพื่อสั่งสอนคนขี้เมาอีก ความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเปกัน ทั้งความโอหังของสจ๊วต ความเป็นกันเองของฟลอเรนซ์ และความนิ่งเฉยของคนรอบข้าง... ทั้งหมดนี้มันจี้จุดความภูมิใจของแมดเดอลีน แฮมมอนด์ ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกไปชั่วขณะ แต่แล้วมันก็กระตุ้นความสนใจ จนทำให้เธอตัดสินใจว่าจะเรียนรู้เกี่ยวกับดินแดนตะวันตกแห่งนี้ให้มากขึ้น
“มาเจสตี้ พี่ต้องรีบไปจัดการเรื่องวัวก่อนนะ” เขาพูดพลางดูนาฬิกา “พี่จะกลับมาช่วงมื้อค่ำแล้วจะพาสติลเวลล์มาด้วย เธอต้องชอบเขาแน่ ขอเช็กกระเป๋าหน่อยสิ”
เธอหยิบเช็คหกใบออกมาให้เขา ซึ่งทำให้เขาตกใจมากว่าเธอขนหีบมาถึงหกใบ
“พี่หวังว่าในหีบจะมีชุดขี่ม้านะ ถ้าไม่มีเธอคงต้องนุ่งกางเกงล่ะ! ยังไงซะพอเราขึ้นเขาเธอก็ต้องใส่มันอยู่ดี”
“ไม่ค่ะ!”
“เธอต้องใส่แน่ๆ” เขาพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะจากไป
แมดเดอลีนนั่งอยู่ที่ระเบียง มองดูถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและภูเขาสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ไกลออกไป เธอรู้สึกทึ่งกับทัศนียภาพที่ดูเข้าถึงไม่ได้นี้ จนกระทั่งตกเย็น แอลเฟรดก็กลับมาพร้อมกับชายร่างยักษ์ผู้มีใบหน้าบึกบึน
“ไง มาเจสตี้!” แอลเฟรดแนะนำ “พี่ขอแนะนำสติลเวลล์เพื่อนของพี่ให้รู้จักนะ บิล นี่น้องสาวผม—มาเจสตี้”
“โอ้ แอล นี่เป็นการพบปะที่ฉันภูมิใจที่สุดในชีวิตเลยนะ” สติลเวลล์ตอบด้วยน้ำเสียงกังวานพลางยื่นมือใหญ่ออกมา “คุณมาเจสตี้ การได้เห็นคุณเนี่ย มันทำให้คนแก่อย่างฉันสดชื่นเหมือนฝนที่ตกลงมาท่ามกลางดอกไม้ในทะเลทรายเลยเชียวล่ะ”
แมดเดอลีนกล่าวทักทายเขา และเธอต้องใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ร้องอุทานออกมา เมื่อเขากุมมือเธอไว้ด้วยพละกำลังดั่งคีมเหล็ก เขาเป็นชายชรา ผมสีขาวโพลน ผิวพรรณกร้านแดดกร้านลม มีร่องลึกพาดผ่านโหนกแก้ม และมีดวงตาสีเทาที่เกือบจะถูกซ่อนไว้ใต้รอยตีนกา ถ้าเขากำลังยิ้มอยู่ เธอคิดว่ามันคงเป็นรอยยิ้มที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แต่ในพริบตาต่อมาเธอก็รู้ว่านั่นคือการยิ้มจริงๆ เพราะใบหน้าที่ดูยับย่นนั้นหยุดเคลื่อนไหว ประกายไฟในดวงตาดับลง และฉับพลันนั้นมันก็กลับดูแข็งกระด้างราวกับหินที่ถูกสกัดอย่างหยาบๆ ความรู้สึกแข็งกร้าวที่เธอเคยเห็นในตัวสจ๊วตนั้น ดูจะรุนแรงกว่าหลายเท่าเมื่อปรากฏบนใบหน้าของชายชราผู้นี้
“คุณมาเจสตี้ มันน่าขายหน้าเหลือเกินสำหรับพวกเราทุกคน ที่ไม่ได้อยู่รอรับคุณ” สติลเวลล์กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวาน “ผมกับแอลเพิ่งจะแวะไปที่ที่ทำการไปรษณีย์แล้วก็ต่อว่าพวกนั้นไปนิดหน่อย ข้อความเหล่านั้นควรจะถูกส่งไปที่ไร่แท้ๆ ผมเกรงเหลือเกินว่าเมื่อคืนที่สถานี คุณคงจะเจอเรื่องที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์นัก”
“ตอนแรกฉันก็ค่อนข้างกังวลค่ะ แล้วก็ยอมรับว่าตกใจอยู่เหมือนกัน” แมดเดอลีนตอบ
“เอาละ ผมยินดีที่จะบอกคุณว่า ในแถบนี้ไม่มีชายคนไหนที่ผมจะวางใจให้ไปพบคุณได้เท่ากับยีน สจ๊วต อีกแล้ว ยกเว้นพี่ชายของคุณคนเดียวนั่นแหละ”
“จริงหรือคะ?”
“ใช่ และนั่นผมก็นับรวมเอาความประพฤติแย่ๆ ของเจ้านั่นเข้าไปด้วยแล้วนะ ผมมักจะพูดเสมอว่าตัวผมเองคือเจ้าของไร่วัวรุ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่ ส่วนสจ๊วต... เขาไม่ใช่คนตะวันตกโดยกำเนิดหรอก แต่เขาคือคาวบอยรุ่นสุดท้ายที่ผมเลือก แน่นอนว่าเขายังหนุ่ม แต่เขาเป็นพวกหัวโบราณรุ่นสุดท้าย—มีเสน่ห์ และผมกล้าพูดเลยนะคุณมาเจสตี้ ว่าเขาเป็นคนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ รวมถึงเป็นพวกที่ขี่ม้าได้ดุดันแบบคนรุ่นเก่าด้วย ใครๆ ก็รุมประณามสจ๊วต แต่ที่ผมออกมาพูดแทนเขาก็เพราะตอนนี้เขากำลังตกต่ำ และเมื่อคืนเขาอาจจะทำให้คุณกลัว เพราะคุณเพิ่งมาจากตะวันออก”
แมดเดอลีนรู้สึกนิยมชมชอบชายชราผู้นี้ขึ้นมาทันทีในความซื่อสัตย์ที่เขามีต่อคาวบอยหนุ่มรุ่นน้อง ซึ่งดูเหมือนเขาจะห่วงใยเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากไม่มีอะไรที่เธอต้องโต้ตอบ เธอจึงนิ่งเงียบเพื่อรอฟังต่อ
“คุณมาเจสตี้ ยุคสมัยของเจ้าของไร่วัวกำลังจะปิดฉากลงแล้ว และยุคของคาวบอยอย่างยีน สจ๊วต ก็จบสิ้นลงแล้วเช่นกัน ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอย่างยีนอีกต่อไป หากไม่ใช่ยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ เขาคงกลายเป็นมือปืนรับจ้างเหมือนสมัยที่ผมทำไร่ในเท็กซัสช่วงปี 70 ไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาเข้ากับที่ไหนไม่ได้เลย ทำงานที่ไหนไม่ได้นาน และเขากำลังทิ้งตัวดิ่งลงเหว”
“เสียใจที่ได้ยินแบบนั้นนะคะ” แมดเดอลีนพึมพำ “แต่คุณสติลเวลล์คะ ยุคสมัยใหม่ที่นี่มันไม่ได้... ดูป่าเถื่อนไปหน่อยหรือคะ? พนักงานบนรถไฟเล่าให้ฉันฟังเรื่องพวกกบฏและพวกโจร แล้วฉันเองก็เจอประสบการณ์ที่... ก็นะ ป่าเถื่อนพอสำหรับฉันแล้วค่ะ”
“ก็นะ ช่วงนี้มันค่อนข้างวุ่นวายและน่าระทึกกว่าหลายปีที่ผ่านมา” สติลเวลล์ตอบ “พวกหนุ่มๆ เริ่มกลับมาพกปืนกันอีกครั้ง แต่นั่นเป็นเพราะการปฏิวัติในเม็กซิโก ปัญหาตามแนวชายแดนกำลังคุกรุ่น ผมว่าคนทางตะวันออกคงไม่รู้หรอกว่ามีการปฏิวัติเกิดขึ้น เดี๋ยวมาเดโรจะโค่นดิอาซ แล้วก็จะมีกบฏคนอื่นมาโค่นมาเดโรอีกที มันหมายถึงความโกลาหลทั้งที่ชายแดนและลึกเข้าไปในแผ่นดิน ผมไม่แปลกใจเลยหากรัฐบาลลุงแซมจะต้องกระโดดลงมาร่วมวงด้วย ตอนนี้เริ่มมีการดักปล้นรถไฟและปล้นสะดมตามหุบเขาริโอแกรนด์แล้ว เมืองเล็กๆ พวกนี้ก็เต็มไปด้วยชาวเม็กซิกันที่ระส่ำระสายเพราะไฟสงครามในประเทศตัวเอง เราเจอทั้งเรื่องยิงกัน แทงกัน และการขโมยวัว ผมเองก็เสียทั้งม้าเสียทั้งลูกน้องไปเรื่อยๆ มันทำให้ผมนึกถึงสมัยก่อนเลยล่ะ และหากเรื่องพวกนี้ไม่สงบลงเร็วๆ ผมก็คงต้องใช้วิธีแบบสมัยก่อนจัดการมันเสียเอง”
“จริงอย่างที่บิลว่าแหละมาเจสตี้” แอลเฟรดเสริม “เธอมาเยี่ยมเราในช่วงเวลาที่น่าสนใจจริงๆ”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” สติลเวลล์พูดต่อ “สจ๊วตเพิ่งจะมีเรื่องในเมืองวันนี้ และผมเสียใจเหลือเกินที่จะต้องบอกคุณว่า ชื่อของคุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย แต่ผมตำหนิเขาไม่ลงหรอก เพราะหากเป็นผม ผมก็คงจะทำแบบเดียวกัน”
“จริงหรือ?” แอลเฟรดถามพลางหัวเราะในลำคอ “เอาสิ เล่าให้เราฟังหน่อย”
แมดเดอลีนจ้องมองพี่ชายของเธอ แม้เขาจะดูสนุกที่เห็นเธอตกใจ แต่เธอก็สังเกตเห็นแววความกระอักกระอ่วนใจฉายชัดบนใบหน้าของเขาเช่นกัน
แมดเดอลีนคิดว่าไม่ต้องใช้ความช่างสังเกตมากนักก็ดูออกว่าสติลเวลล์เป็นคนชอบเล่าเรื่อง ท่าทางที่เขานั่งยืดตัวตรงและวางมือใหญ่โตไว้บนหัวเข่าบ่งบอกว่าเขาตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องนี้อย่างเต็มที่
“คุณมาเจสตี้ ในเมื่อคุณมาอยู่ตะวันตกแล้ว คุณต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ และพยายามอย่าเก็บมาใส่ใจมากนัก หากคนแก่อย่างพวกเราไม่ทำใจให้ชิน เราคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงป่านนี้หรอก”
“เมื่อคืนน่ะไม่ได้แย่อะไรมากหรอกหากเทียบกับคืนอื่นๆ ที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรนัก ทว่าตัวผมเองกลับเจอเรื่องหนักเข้าให้ เมื่อวานตอนที่เราเริ่มต้อนวัว ผมส่งแดนนี่ เมนส์ คาวบอยของผมล่วงหน้ามาก่อนเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าจ้างและบิลต่างๆ ผมอยากให้เงินนั่นถึงเมืองก่อนค่ำ แต่ปรากฏว่าแดนนี่ถูกดักปล้น ผมไม่ได้สงสัยในตัวเด็กคนนั้นหรอกนะ ช่วงนี้มีพวกเม็กซิกันหน้าแปลกๆ ในเมืองเยอะ พวกมันคงรู้ระแคะระคายว่าจะมีเงินส่งมา”
“พอผมมาถึงพร้อมกับฝูงวัว ผมเลยต้องวุ่นวายกับการหมุนเงิน วันนี้อารมณ์ผมเลยไม่ค่อยโสภานัก พอเสร็จธุระผมก็เลยไปเดินสอดส่องแถวนั้นเพื่อหาเบาะแสเรื่องเงิน แล้วผมก็แวะไปที่หอประชุมกลางเมืองที่เขาใช้เป็นทั้งคุก โรงพยาบาล และหน่วยเลือกตั้งนั่นแหละ ตอนนั้นมันถูกใช้เป็นโรงพยาบาลชั่วคราวอยู่ เมื่อคืนเป็นคืนเทศกาล—พวกเม็กซิกันน่ะมีงานรื่นเริงแทบทุกอาทิตย์—และมีชายเม็กซิกันคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสถูกหามมาจากสถานีมานอนอยู่ที่นั่น มีคนไปตามหมอมาจากดักลาสแต่หมอยังมาไม่ถึง ผมพอมีประสบการณ์เรื่องแผลถูกยิงอยู่บ้างเลยเข้าไปดูอาการ เขาไม่ได้ถูกยิงหนักหนานักแต่ผมกังวลเรื่องแผลติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ผมก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้”
“ในหอประชุมนั้นเต็มไปด้วยคาวบอย เจ้าของไร่ ชาวเม็กซิกัน คนขุดเหมือง และชาวเมือง รวมถึงคนแปลกหน้าด้วย ผมกำลังจะเดินออกมาอยู่แล้วเชียวตอนที่พาท ฮอว์ เดินเข้ามา”
“พาทน่ะเป็นนายอำเภอ ผมว่าคุณคงไม่เคยเจอนายอำเภอมาก่อน และเพื่อเห็นแก่ภาพลักษณ์ของชาวตะวันตก ผมต้องขออธิบายว่าเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยมีนายอำเภอของจริงเหลืออยู่เท่าไหร่หรอก การ์เร็ตต์ คนที่จัดการ 'บิลลี่ เดอะ คิด' และถูกเก็บไปเมื่อปีสองปีก่อน—นั่นแหละคือนายอำเภอประเภทที่ช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุข แต่พาท ฮอว์ คนนี้... ก็นะ ผมคงไม่มีอะไรดีๆ จะพูดถึงเขาหรอก เขาเดินเข้ามาในห้องโถงแล้วก็คำรามลั่น บอกว่าจะจับแดนนี่ เมนส์ ทันทีที่เห็นหน้า ผมก็เลยบอกพาทไปอย่างสุภาพว่า เงินนั่นมันเงินของผม เขาไม่ต้องมาเดือดร้อนแทนหรอก และหากผมจะตามล่าหัวขโมย ผมก็ทำเองได้ดีพอๆ กับใครทั้งนั้น พาทตะโกนเห่าหอนว่ากฎหมายคือกฎหมาย และเขาจะบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ดูเหมือนเขากระหายจะจับใครสักคนให้ได้เพียงเพื่อหาเรื่องอวดอ้างอำนาจ”
“แล้วเขาก็สงบสติลงนิดหน่อย พลางถามเรื่องคนเจ็บตอนที่ยีน สจ๊วต เดินเข้ามาพอดี เมื่อใดที่พาทกับยีนมาเผชิญหน้ากัน มันทำให้นึกถึงบรรยากาศปี 70 เลยล่ะ ทุกคนจะเงียบกริบไปเองโดยสัญชาตญาณ เพราะพาทเกลียดยีน และผมก็เดาว่ายีนเองก็ไม่ได้พิศวาสพาทนักหรอก พวกเขาเป็นศัตรูโดยธรรมชาติอยู่แล้ว และเหตุการณ์ต่างๆ ในเมืองเอลคาจอนนี้ก็ยิ่งทำให้เรื่องมันแย่ลง”
“‘ไง สจ๊วต! นายนั่นเองคนที่ฉันกำลังตามหาอยู่พอดี’ พาททัก”
“สจ๊วตจ้องหน้าเขาแล้วตอบด้วยท่าทีเย็นชาและถากถางว่า ‘ฮอว์ นายมักจะตามหาฉันตอนที่ฉันควบม้าหนีไปทางอื่นแล้วทุกทีนั่นแหละ’”
“พาทหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแต่ก็ยังข่มใจไว้ ‘นี่ สจ๊วต นายคงรักม้าสีโรนตัวที่มีชื่อหรูๆ ของนายมากสินะ?’”
“‘ก็รักสิ’ ยีนตอบสั้นๆ”
“‘แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ?’”
“‘ไม่ใช่ธุระอะไรของนาย ฮอว์’”
“‘โอ้โฮ ไม่ใช่ธุระงั้นเรอะ? ฉันว่าฉันทำให้มันเป็นธุระได้นะ สจ๊วต เมื่อคืนมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นที่นายน่าจะรู้เห็น แแดนนี่ เมนส์ ถูกปล้น—เงินสติลเวลล์หายไป—ม้าของนายหายไป—นังโบนิต้าตัวแสบนั่นก็หายไป—และไอ้เม็กซิกันนี่ก็เกือบจะไปไม่กลับเหมือนกัน ในเมื่อนายเองก็อยู่ดึกและเพ่นพ่านแถวสถานีที่ไอ้คนนี้ถูกยิง มันก็ไม่แปลกหรอกถ้าจะคิดว่านายรู้ว่าใครเป็นคนยิงมัน... จริงไหม?’”
“สจ๊วตหัวเราะเย็นๆ พลางม้วนบุหรี่จ้องหน้าพาทไม่วางตา แล้วเขาก็พูดว่า หากเขาเป็นคนยิงไอ้คนนี้ล่ะก็ งานมันคงไม่ชุ่ยจนรอดชีวิตมาได้แบบนี้หรอก”
“‘ฉันจับนายในข้อหาผู้ต้องสงสัยได้นะสจ๊วต แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นฉันต้องการหลักฐาน ฉันจะไปตามจับแดนนี่ เมนส์ กับยัยเด็กเม็กซิกันนั่น และฉันต้องรู้ว่าม้านายหายไปไหน นายไม่เคยให้ใครยืมม้า และพวกกบฏข้ามชายแดนก็ไม่มีทางขโมยมันไปจากนายได้หรอก มันดูมีพิรุธนะที่ม้านายหายไปน่ะ’”
“‘นายนี่เป็นนักสืบที่เก่งจริงๆ เลยนะฮอว์ ฉันขอให้โชคดีละกัน’ ยีนตอบกลับ”
“นั่นทำให้พาทตบะแตก เขาเดินย่ำไปมาแล้วก็สบถลั่น ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิดบางอย่าง มันฉายชัดออกมาทางสีหน้า เขาชี้นิ้วใส่หน้าสจ๊วต”
“‘เมื่อคืนนายเมาใช่ไหม?’”
“สจ๊วตไม่แม้แต่จะกะพริบตา”
“‘นายไปพบผู้หญิงบางคนในขบวนรถหมายเลข 8 ใช่ไหม!’ ฮอว์ตะโกนลั่น”
“‘ฉันไปพบสุภาพสตรีท่านหนึ่ง’ ยีนตอบด้วยเสียงเรียบๆ แต่แฝงแววคุกคาม”
“‘นายไปพบกับน้องสาวของแอล แฮมมอนด์ แล้วก็พาเธอไปส่งที่บ้านคิงสลีย์ ฟังไว้นะพ่ออัศวินคาวบอย ฉันจะขึ้นไปที่นั่นเพื่อสอบปากคำยัยคุณนายจอมหยิ่งคนนั้นดู และหากหล่อนปากแข็งเหมือนนาย ฉันจะจับหล่อนด้วย!’”
“ยีน สจ๊วต หน้าซีดเผือด ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่คาดหวังจะเห็นเขาพุ่งเข้าใส่ราวกับสายฟ้าแลบเหมือนตอนที่เขาเดือดจัดๆ แต่เขากลับสงบนิ่งและดูเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ครู่ต่อมาเขาก็พูดว่า”
“‘พาท นั่นเป็นความคิดที่โง่เง่ามาก และหากนายทำแบบนั้นจริงๆ มันจะทำลายชีวิตนายไปตลอดกาล ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นายจะต้องไปทำให้น้องสาวแอลตกใจ และการพยายามจับกุมเธอถือเป็นการกระทำที่ถ่อยที่สุดที่ชาวเอลคาจอนจะยอมรับได้ หากแค้นฉันก็นำฉันไปเข้าคุกเลย ฉันยอม หรือหากอยากจะเล่นงานแอล แฮมมอนด์ ก็ไปทำแบบลูกผู้ชาย อย่ามาลงความโกรธแค้นกับพวกเราด้วยการดูหมิ่นสุภาพสตรีที่เพียงมาพักผ่อนที่นี่เลย พวกเราน่ะแย่พออยู่แล้ว แต่อย่าถึงขั้นทำตัวต่ำทรามเหมือนพวกโจรเม็กซิกันเลย’”
“นั่นเป็นประโยคที่ยาวมากสำหรับยีน และผมก็ประหลาดใจพอๆ กับคนอื่นๆ คิดดูสิว่ายีน สจ๊วต พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลกับนายอำเภอตาแดงก่ำเหมือนหมาป่าคนนั้น! ส่วนพาทดูมีความสุขจนน่าเกลียด หากผมไม่เกรงใจยีน ผมคงกระโจนเข้าไปร่วมวงด้วยแล้ว มันชัดเจนสำหรับผมและคนอื่นๆ ที่มาคุยกันทีหลังว่าพาท ฮอว์ ลืมเรื่องกฎหมายและหน้าที่ไปจนสิ้น เขากลายเป็นเพียงชายโฉดที่ถูกครอบงำด้วยความแค้น”
“‘ฉันจะไป และจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!’ พาทตะโกน หลังจากนั้นความเงียบก็ปกคลุมจนแทบจะได้ยินเสียงนาฬิกาที่อยู่ห่างออกไปเป็นไมล์ ยีนดูเหมือนจะสำลักคำพูด และดูเหมือนเขาจะเสียสติกับความคิดที่ว่าฮอว์จะมาเผชิญหน้ากับคุณที่นี่”
“ในที่สุดเขาก็ระเบิดออกมาว่า ‘แต่ไอ้บ้าเอ๊ย คิดดูสิว่าเธอเป็นใคร! นั่นคือน้องสาวของแอลนะ! หากนายเห็นเธอ ต่อให้นายจะบ้าหรือจะเมา นายก็... นายไม่มีทางทำแบบนั้นลงหรอก’”
“‘ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? เดี๋ยวฉันจะทำให้ดูเดี๋ยวนี้แหละ ฉันไม่สนหรอกว่าหล่อนจะเป็นใคร ยัยพวกผู้หญิงตะวันออกจอมหยิ่งน่ะ—ฉันเคยได้ยินกิตติศัพท์มาเยอะ พวกนั้นก็งั้นๆ แหละ ยัยแฮมมอนด์คนนี้—’”
“ทันใดนั้น ฮอว์ก็หุบปากสนิท ใบหน้าสีแดงก่ำของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ และเขาก็เอื้อมมือไปคว้าปืน!”
สติลเวลล์หยุดเล่าเพื่อพักหายใจ เขาเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ตอนนี้ใบหน้าของเขาเริ่มคลายความแข็งกร้าวลง มันดูอ่อนโยนขึ้น มีรอยย่นพราวระยับ และความมีชีวิตชีวาทั้งหมดก็ไปรวมอยู่ที่รอยยิ้มอันน่าทึ่ง
“และหลังจากนั้นแหละคุณมาเจสตี้ มีบางอย่างเกิดขึ้น สจ๊วตแย่งปืนมาจากมือพาทแล้วโยนทิ้งลงพื้น และสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นมันช่างงดงามเหลือเกิน จริงๆ นะ มันเป็นภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยทีเดียว! เสียดายที่มันจบลงเร็วไปหน่อย หลังจากนั้นไม่นานพอหมอมาถึง เขาก็เลยมีคนไข้เพิ่มอีกคนนอกจากชายเม็กซิกันคนนั้น และหมอก็บอกว่าคนไข้ใหม่คนนี้คงต้องใช้เวลาประมาณสี่เดือนกว่าจะลุกขึ้นมาเดินเหินได้เหมือนเดิม ส่วนยีน สจ๊วต น่ะหรือ... ควบม้าหนีหายไปทางชายแดนแล้วละ”
.⋆。🌶️🌿˚ และนอกจากนิยายโรมานซ์อ่านสนุกเรื่องนี้แล้ว คุณนักอ่านสามารถสนับสนุนผลงาน #นิยายรสแซ่บจัดจ้านจนนิพพานสีจมปูว์ ของ #แมงมุมใต้เตียง ที่แต่งจบแล้วพร้อมอ่านได้เลยได้ที่ comment หรือที่ BIO ตลอด 24 ชั่วโมง นะคะ ✨👇✨ สุดปัง สุดปัง กำลังรับนักอ่านจำนวนไม่จำกัด!
#นิยาย | #อ่านนิยาย | #eBook | #romancenovels | #fiction | #นิยายอ่านสนุกทุกเทศกาล #2025trend #ตำนานรักของเทพเจ้า
แวะชม แวะอ่าน แวะโหลดนิยายรสแซ่บจัดจ้านที่ใครก็อยากมีไว้อ่านก่อนนอนทุกคืนที่นี่*
คำอธิบาย: 👑 อย่าลืมมาเป็นนักอ่าน VIP ของเราเพื่อรับสิทธิพิเศษเข้าถึงนิยายรักเรื่องใหม่ รวมถึงนิยายแปลสุดคลาสสิก อ่านได้เลยใน BLOG สุดเก๋ สุดคลู ที่จะมอบให้แก่นักอ่าน VIP ที่น่ารักที่สุดเท่านั้น เมื่อคุณนักอ่านสะสมครบเงื่อนไขแล้วสามรถ inbox นิยายในคลังของคุณมาอวดกันได้และรับ link ไปเลย! มีนิยายให้เอา เอ้ย! ให้อ่าน 2 เรื่องพิเศษแล้วและจะทะยอยวางอย่างต่อเนื่องนะคะ 👑 *รับสิทธิพิเศษอ่านนิยายรสเข้มข้นใหม่ๆ อ่านจบเรื่องเลยได้ฟsี 12 เรื่องสั้น และ 1 เรื่องยาว*