บทที่ 1: ลมหายใจเร่าร้อนในไร่องุ่น
กลิ่นหอมขององุ่นป่าที่ถูกแสงแดดช่วงบ่ายขับเน้นให้เด่นชัด และกลิ่นของดินชื้นหลังการรดน้ำ ลอยปะทะเข้ากับโพรงจมูกของ พลอยใส ทันทีที่เธอเหยียบย่างลงจากรถยนต์คันหรูที่มาส่ง เธอเงยหน้ามองบ้านสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางไร่องุ่นกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา 'ไร่แสงตะวัน' แห่งนี้ช่างสมกับเป็นอาณาจักรส่วนตัวของ รามิล มอนเทโร ผู้เป็นเจ้าของจริงๆ
ความกังวลระคนความขัดเขินเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของพลอยใส แม้เธอจะรู้จักกับรามิลมาตั้งแต่เด็กในฐานะคุณพ่อของใบส้ม มณธิรา เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ แต่ในสายตาของพลอยใส รามิลก็ยังคงเป็นบุรุษที่น่าเกรงขามเสมอ บุคลิกของธรรมชาติของชาวราศีเมษ (Aries) นั้นชัดเจนราวกับภาพวาด – เด็ดเดี่ยว มั่นใจ และมีพลังอำนาจอยู่ในทุกอณูของร่างกาย ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สเปนคนนี้ในวัยสี่สิบเอ็ดปี ยังคงมีเสน่ห์ร้ายกาจเหลือล้น ดวงตาคมกริบสีเฮเซลที่มักจะสาดประกายแห่งความท้าทาย ผสานกับโครงหน้าหล่อเหลาที่ราวกับสลักเสลาด้วยหินอ่อนกรีก ทำให้เขายังคงเป็น 'ที่ต้องห้าม' สำหรับหญิงสาวมากมาย รวมถึงตัวเธอเอง
"คุณพ่อของฉันไม่สบายมากเลยพลอย... ไข้สูงมากจนใบส้มไม่ไว้ใจให้คนงานดูแล" น้ำเสียงที่ฟังดูกระวนกระวายใจส่งผ่านมาทางโทรศัพท์โดยใบส้มที่อยู่ต่างประเทศยังคงก้องอยู่ในหู "พลอยช่วยใบส้มหน่อยนะ พลอยรู้ใช่ไหมว่าคุณพ่อมีบุญคุณกับเราขนาดไหน ใบส้มไว้ใจพลอยคนเดียวจริงๆ"
แน่นอนว่าพลอยใสไม่เคยลืมบุญคุณอันใหญ่หลวงที่รามิลช่วยใช้หนี้สิบนับล้านบาทให้ครอบครัวของเธอเมื่อปีก่อน นั่นคือเหตุผลหลักที่เธอกล้าก้าวขาเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขาในวันนี้
พลอยใสก้าวเข้าไปในตัวบ้านอย่างระมัดระวัง บรรยากาศภายในบ้านแตกต่างจากที่คิดไว้มาก มันไม่ได้ดูเย็นชาหรือเคร่งขรึมอย่างที่บุคลิกของรามิลเป็น ภายในกลับอบอุ่นด้วยแสงไฟสีนวล และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ซีดาร์ผสมกับกลิ่นชาสมุนไพร
เธอเดินตามคนดูแลบ้านไปยังห้องนอนใหญ่ชั้นบน ซึ่งดูเหมือนจะถูกเตรียมไว้ให้เธอดูแลรามิลเป็นการเฉพาะ รามิลนอนอยู่บนเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่ ร่างกำยำใต้ผ้าห่มผืนหนาสะท้อนให้เห็นถึงสรีระที่ยังคงแข็งแรงและบึกบึน แม้จะอยู่ในอาการป่วย
พลอยใสยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง รามิลดูอ่อนแรงลงกว่าที่เคยเห็น ใบหน้าคมคายที่มีเคราสากครึ้มเล็กน้อยปรากฏเม็ดเหงื่อผุดพรายออกมาตามไรผมที่เปียกชื้นเล็กน้อย เธอเห็นได้ชัดว่าเขาตัวร้อนขนาดไหน เพียงแค่ยืนอยู่ใกล้ๆ
"คุณอารามิลคะ..." เธอเรียกเสียงแผ่วเบาด้วยความเกรงใจ
รามิลขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาหนาเปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคู่เดิมที่พลอยใสคุ้นเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนจากการเป็นไข้ และความประหลาดใจที่เห็นเธอ
"พลอยใส... เธอมาที่นี่ทำไม" เสียงของเขาแหบพร่า ฟังดูเหมือนคนกระหายน้ำอย่างรุนแรง
"ใบส้มโทรมาขอร้องค่ะ... เธอบอกว่าคุณอาไม่สบายมาก พลอยมาอยู่ดูแลคุณอาจนกว่าคุณอาจะหายนะคะ"
รามิลมองสำรวจใบหน้าของพลอยใสอย่างถี่ถ้วน พลอยใสในวัยยี่สิบปี เปล่งประกายเสน่ห์ของเธอ (Leo) อย่างเต็มตัว ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกรวบอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นลำคอระหง ดวงตาคู่โตที่มีแววของความมุ่งมั่นและใจดี ในตอนนี้เต็มไปด้วยความห่วงใย เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบา และกางเกงยีนส์เข้ารูป ซึ่งแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวของเธอได้อย่างน่ามอง
"ไม่จำเป็น... ฉันมีคนงานดูแลอยู่แล้ว" รามิลพยายามปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างตามสัญชาตญาณของเขาที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ
"แต่ใบส้มบอกว่าคุณอาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้... พลอยเห็นคุณอาตัวร้อนมากนะคะ ขอพลอยเช็ดตัวให้คุณอาหน่อยนะคะ" พลอยใสพูดด้วยความสุภาพ แต่แววตาของเธอกลับมีความเด็ดขาดและมุ่งมั่นของธรรมชาติแท้จริงของเธอที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อตั้งใจแล้ว
รามิลเงียบไปครู่หนึ่ง เขายังคงมองเธออย่างพิจารณา และในความรุ่มร้อนของไข้... ดูเหมือนจะมีสิ่งอื่นที่รุ่มร้อนไม่แพ้กันก่อตัวขึ้นภายในดวงตาของเขา
พลอยใสจัดแจงหาอุปกรณ์เช็ดตัวมาวางข้างเตียง เธอเริ่มภารกิจด้วยการพยายามดึงผ้าห่มออกจากร่างของเขา แต่รามิลกลับยึดผ้าห่มไว้แน่น
"คุณอารามิลคะ... ต้องเอาผ้าห่มออกก่อนนะคะ ตัวคุณอาร้อนขนาดนี้" พลอยใสพูดพลางพยายามออกแรงดึงผ้าห่มเล็กน้อย
"ห้าม... ห้ามเปิด" รามิลพูดเสียงติดขัด แม้จะปฏิเสธ แต่เขาก็คลายการยึดจับผ้าห่มลงเล็กน้อย
พลอยใสเข้าใจดีว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมให้เธอดึงผ้าห่มออกไป นั่นเป็นเพราะชุดที่เขาสวมอยู่เป็นกางเกงนอนผ้าบางเพียงตัวเดียว พลอยใสกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอรู้ว่าเธอต้องรักษาระยะห่าง แต่ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทำให้เธอตัดสินใจทำสิ่งที่ต้องทำ
"พลอยไม่มองค่ะ... พลอยแค่เช็ดตัวให้คุณอาจะได้สบายตัวขึ้น" เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามควบคุมสีหน้าและจังหวะการเต้นของหัวใจ
เธอค่อยๆ เผยอผ้าห่มออกช้าๆ และใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดตามแขนของเขาอย่างเบามือ ผิวของรามิลภายใต้ความร้อนของไข้ยังคงเป็นสีแทนเข้มตามสไตล์ลูกครึ่ง ยามที่ผิวหนังของเขาแตะสัมผัสกับผ้าชื้น มันทำให้เกิดเสียง 'ซ่า' เบาๆ ราวกับไอน้ำที่ระเหยจากความร้อน
พลอยใสเช็ดตัวเขาอย่างพิถีพิถันจากแขน ไปที่ซอกคอที่แข็งแกร่ง และแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อกระชับอย่างน่าทึ่ง แม้จะถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อกล้ามสีเข้มที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ความชุ่มชื้นจากน้ำเช็ดตัวทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่เป็นเอกลักษณ์ของรามิลผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อ และกลิ่นสมุนไพรบางๆ กลายเป็นกลิ่นที่แปลกใหม่และยั่วเย้าประสาทสัมผัสของพลอยใสอย่างน่าประหลาด
"อือ..." รามิลครางต่ำในลำคอ เสียงที่ออกมานั้นไม่ได้แสดงถึงความเจ็บปวด แต่กลับคล้ายกับเสียงของความผ่อนคลายที่เขาได้รับจากสัมผัสที่อ่อนโยนของเธอ
เมื่อถึงเวลาที่ต้องเช็ดแผ่นอก พลอยใสหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะตัดสินใจดึงเสื้อกล้ามของเขาขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อเช็ดบริเวณลำตัวช่วงบน ผิวหนังที่ร้อนระอุภายใต้ฝ่ามือของเธอส่งกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นมายังปลายนิ้ว
เธอจดจ่อกับการทำงานของเธออย่างรวดเร็วและพยายามเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามที่จะไม่แตะต้องบริเวณที่อันตรายต่อความรู้สึกใดๆ แต่จู่ๆ... มือที่ร้อนผ่าวของรามิลก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้
พลอยใสสะดุ้งเฮือก เปิดดวงตาคู่โตมองสบเข้ากับดวงตาของรามิลที่จ้องมองมาด้วยสายตาที่ลึกล้ำและยากจะคาดเดา
"หยุดก่อน..." เสียงของเขาไม่ได้แหบพร่าเหมือนเมื่อครู่ มันกลับทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
"แต่... ตัวคุณอายังไม่หายร้อนนะคะ"
"ฉันบอกให้หยุด..." เขาออกแรงบีบข้อมือเธอเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงเธอไว้
ดวงตาของรามิลไม่เหมือนกับดวงตาของคนป่วยอีกต่อไป มันเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิศวาสที่ถูกจุดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ความเป็นธรรมชาติของเขาที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนและดิบเถื่อนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัมผัสอันอ่อนโยนของเธอ
"พลอยใส..." เขาเรียกชื่อเธออย่างเชื่องช้า น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวน "เธอรู้ตัวไหม... ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่มันอันตรายแค่ไหน"
"พลอย... พลอยแค่มาดูแลคุณอาตามที่ใบส้มขอร้องค่ะ" พลอยใสพยายามดึงข้อมือออก แต่รามิลกลับไม่ยอมปล่อย
"ไม่ใช่แค่การดูแล..." รามิลหัวเราะในลำคออย่างแห้งผาก รอยยิ้มมุมปากของเขากลายเป็นรอยยิ้มที่อันตรายอย่างยิ่ง "เธอไม่รู้ตัวหรือไงว่าแค่สัมผัสเบาๆ ของเธอมันทำให้ฉัน... ร้อนยิ่งกว่าเป็นไข้"
พลอยใสหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกราวกับว่าใบหน้าของเธอถูกไฟเผาผลาญ ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกแล่นปราดเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ของเธอ
รามิลออกแรงดึงข้อมือของพลอยใสเบาๆ ทำให้ร่างของเธอเซถลาลงมาใกล้จนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวพลอยใสทำหน้าที่เหมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมเพลิงราคะของเขาให้ลุกโชนขึ้น
"คุณอารามิลคะ..." เธอพยายามจะพูด แต่คำพูดนั้นกลับติดอยู่ในลำคอ
"ชู่ว์..." รามิลเอานิ้วที่ร้อนผ่าวของเขาวางลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เกิดขึ้นทำเอาหัวใจของพลอยใสเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
"เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าเข้ามาในห้องนอนของฉันแบบนี้... นับตั้งแต่..." เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยความเจ็บปวดจากบาดแผลในใจที่เคยถูกทรยศรักของภรรยาเก่าฉายวูบในดวงตาของเขา ก่อนที่ความดิบเถื่อนในแบบของเขาจะเข้าครอบงำอีกครั้ง "แต่ฉันชอบที่เธอเข้ามานะ... พลอยใส"
เขาค่อยๆ ไล้ปลายนิ้งห่างจากริมฝีปากของเธอ เพื่อสัมผัสลากไปตามสันกรามเรียว ก่อนจะโอบประคองใบหน้าของเธอไว้ด้วยฝ่ามือที่ร้อนรุ่มสองข้าง รามิลมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการเชื้อเชิญที่อันตรายจนเกินต้านทาน
"เธอกล้าที่จะเล่นเกมที่อันตรายกับฉันไหม... เด็กน้อย"
พลอยใสรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกสะกดจิตโดยดวงตาที่ร้อนแรงคู่นั้น เธอลืมสิ้นถึงเหตุผลและขอบเขตทั้งหมดที่ตั้งไว้ ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นที่ถูกขับเคลื่อนโดยเธอผู้ต้องการประสบการณ์ที่เร่าร้อนและตื่นเต้นเข้าครอบงำ
"เกม... เกมอะไรคะ" เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นพร่าอย่างไม่น่าเชื่อ
รามิลไม่ได้ตอบคำถามด้วยวาจา แต่เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาหาเธออย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มาพร้อมกับพลังอำนาจที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกครอบงำ
ลมหายใจที่ร้อนระอุของเขาปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ ก่อนที่ริมฝีปากหนาและร้อนผ่าวจะแตะลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา... มันเป็นสัมผัสแรกที่เหมือนกับเปลวไฟที่เพิ่งเริ่มติดเชื้อ
รามิลไม่ได้เร่งเร้าในสัมผัสแรก เขาเพียงแค่คลอเคลียริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความต้องการที่ซ่อนอยู่ พลอยใสหลับตาลงอย่างช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกใหม่ที่รุนแรงนี้เข้าครอบงำ
เพียงครู่เดียวที่เขาให้เวลาเธอปรับตัว ก่อนที่ความเร่าร้อนดิบๆ ของเขาจะระเบิดออกมา ริมฝีปากของเขากดทับลงมาอย่างหนักแน่นและดูดดื่ม สอดแทรกความปรารถนาที่เขาเก็บงำไว้มานานนับตั้งแต่เห็นเธอเติบโตขึ้นอย่างน่าสวยงามและน่าปรารถนา
ลิ้นร้อนของรามิลบุกรุกเข้ามาในโพรงปากของเธออย่างเจนจัดและชำนาญการ พลอยใสตอบรับการจูบนั้นอย่างไม่มีการขัดขืนใดๆ ราวกับว่าเธอถูกโปรแกรมให้โอนอ่อนผ่อนตามทุกการกระทำของเขา
กลิ่นหอมของไวน์แดงที่จางๆ ผสมกับกลิ่นมินต์ยังคงชัดเจนในปากของเธอ มันเป็นส่วนผสมที่เร้าอารมณ์อย่างประหลาด ความร้อนของร่างกายเขาไม่ได้มาจากพิษไข้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันมาจากความปรารถนาที่กำลังแผดเผา
รามิลปล่อยข้อมือของเธอ และใช้มือที่มั่นคงเชยคางของเธอให้เงยขึ้นรับการจูบที่ดุดันและเร่าร้อนยิ่งขึ้น
"อืมม์..." รามิลครางในลำคอ พลางกดจูบลงไปหนักหน่วงกว่าเดิม
พลอยใสตอบสนองกลับด้วยสัญชาตญาณของการเป็นเธอที่เร่าร้อนและต้องการแสดงออกถึงความรู้สึกภายใน เธอใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบต้นคอที่แข็งแกร่งของเขา และจิกเล็บลงบนผิวหนังเบาๆ อย่างลืมตัว
รามิลผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาของเขาฉายแววของความพอใจ และความต้องการที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม
"นี่แหละคือ... เกมที่ฉันอยากเล่นกับเธอ พลอยใส" เสียงกระซิบของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนและอำนาจ
พลอยใสหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยสีเลือดที่ฝาดแดงไปจนถึงลำคอ เธอไม่สามารถหาคำพูดใดๆ มาโต้แย้งได้เลย
"แต่... คุณอาไม่สบายนะคะ" เธอพยายามที่จะหาเหตุผลมาหยุดยั้งความบ้าคลั่งนี้ แต่เสียงของเธอกลับฟังดูเหมือนคำเชิญชวนมากกว่าคำปฏิเสธ
รามิลยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาของเขาไล่สำรวจตั้งแต่ดวงตาที่พร่ามัวของเธอ ลงมาที่ริมฝีปากที่บวมช้ำจากการจูบ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าอกที่กำลังกระเพื่อมไหวของเธอ
"ใช่... ฉันกำลังไม่สบายจริงๆ และยาที่ดีที่สุดของฉันในตอนนี้... คือเธอ พลอยใส"
เขาโน้มตัวลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้จูบที่ริมฝีปาก แต่เป็นที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ...
บทที่ 2: อำนาจเหนือการควบคุม (Burning Desire)
สัมผัสจากริมฝีปากของรามิลที่ซอกคอของพลอยใสทำให้ร่างของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอรู้สึกถึงเคราสากครึ้มของเขาที่เสียดสีกับผิวอ่อนนุ่ม เสียงหอบหายใจของเขาดังชัดเจนอยู่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจที่ร้อนผ่าว
รามิลใช้ฟันขบเม้มผิวบริเวณนั้นอย่างแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่นพอที่จะทิ้งร่องรอยเอาไว้ สัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่าของชาวเมษถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์ เขาต้องการครอบครอง ต้องการแสดงอำนาจเหนือทุกสิ่งที่เข้ามาในอาณาเขตของเขา และในขณะนี้ พลอยใสคือเป้าหมายนั้น
พลอยใสเงยหน้าขึ้นอย่างยินยอม ปล่อยให้รามิลสร้างร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไป มันตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาด้วยความเร่าร้อนที่ถูกกดทับมานาน ความเป็นธรรมชาติแท้จริงของเธอที่ต้องการความหลงใหลและบทบาทที่โดดเด่นทำให้เธอโอนอ่อนตามอำนาจที่เหนือกว่าของเขาอย่างง่ายดาย
"อืมม์..." พลอยใสหลุดเสียงครางออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอใช้มือขยำกลุ่มผมของรามิลด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้น
รามิลผละใบหน้าออกมา ดวงตาของเขามองใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความปรารถนาที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น
"ดีมาก..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นการชมเชยที่เต็มไปด้วยความเจ้ากี้เจ้าการในแบบที่เขาชอบ
เขายังคงตรึงร่างของพลอยใสไว้ข้างเตียง มือข้างหนึ่งยังคงกุมใบหน้าของเธอไว้ ส่วนอีกข้างเลื่อนลงมาที่ไหล่ของเธอ และใช้ปลายนิ้วเกี่ยวกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาของเธออย่างช้าๆ การกระทำนั้นดูจงใจและเย้ายวนใจอย่างยิ่ง
พลอยใสมองการกระทำของเขาอย่างไม่กะพริบตา เธอรู้สึกว่าเลือดสูบฉีดอย่างแรงจนได้ยินเสียงของมันในหู ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็เต็มไปด้วยความเร่งเร้าทางอารมณ์ที่รุนแรง
"เธอดูแลฉันได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ... พลอยใส" เขาพูดพลางปลดกระดุมเม็ดแรกออก เผยให้เห็นร่องอกที่ขาวเนียนด้านใน
"พลอย... พลอยแค่ทำตามหน้าที่" เธอพยายามรวบรวมคำพูดที่ดูมีเหตุผล แต่เสียงของเธอกลับขาดห้วง
"หน้าที่?" รามิลหัวเราะเบาๆ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองลงไปในดวงตาของเธอด้วยสายตาท้าทาย "หน้าที่ของเธอตอนนี้คือการทำให้ฉันหายดีไม่ใช่เหรอ... และฉันบอกแล้วว่ายาของฉันคือเธอ"
กระดุมเม็ดที่สองถูกปลดออกไปอย่างง่ายดาย ทำให้เสื้อเชิ้ตของเธอเผยอออกมากขึ้น เผยให้เห็นสายเสื้อชั้นในลูกไม้สีอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า
"เธอไม่คิดจะปฏิเสธฉันหน่อยเหรอ... ฉันเป็นพ่อของเพื่อนสนิทเธอนะ" รามิลถามอย่างหยั่งเชิง เขากำลังทดสอบขีดจำกัดของพลอยใส ในฐานะธรรมชาติของเขาผู้ชอบการเอาชนะ
พลอยใสสบตากับเขาอย่างแน่วแน่ แววตาของธรรมชาติแท้จริงของเธอผู้กล้าหาญฉายชัด
"พลอยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ... ถ้าสิ่งที่ทำมันไม่ได้ผิดอะไร" เธอพูดอย่างหนักแน่น
"ไม่ได้ผิดอะไร?" รามิลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของเขากลายเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยอำนาจและเสน่ห์ของนักบงการ "ดีมาก... ฉันชอบที่เธอ 'ไม่ปฏิเสธ' "
รามิลใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามเนินอกของเธอที่เริ่มเผยออกมา เขาสัมผัสอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังสัมผัสงานศิลปะที่มีค่า และการสัมผัสนั้นทำให้ผิวของพลอยใสลุกซู่
"ฉันรู้ว่าเธอไม่เหมือนคนอื่นๆ พลอยใส" รามิลกระซิบชิดริมฝีหูของเธอ "เธอมีความเร่าร้อนที่ถูกซ่อนอยู่ข้างใน... ฉันสัมผัสได้"
เขาเลื่อนมือที่ว่างอีกข้างไปที่ด้านหลังของเธอ และค่อยๆ รั้งร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างช้าๆ ทำให้ช่องว่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ พลอยใสสัมผัสได้ถึงความร้อนจากแผ่นอกของรามิลที่ส่งผ่านเสื้อผ้าบางๆ มาถึงตัวเธอ และกลิ่นของเหงื่อผสมไวน์ที่รุนแรงยิ่งขึ้น
พลอยใสรวบรวมความกล้า มือของเธอเลื่อนขึ้นไปที่บริเวณไหล่ของเขา และเธอใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนเนื้อหนังแน่นๆ ของเขาเพื่อรับน้ำหนักตัวที่โอนเอนเข้าไปหา
"ถ้าคุณอารามิลอยากให้พลอยอยู่ดูแล..." เธอพูดเสียงแผ่ว พยายามที่จะแสดงอำนาจในเกมที่เธอเกือบจะพ่ายแพ้ "คุณอาก็ต้องฟังที่พลอยพูดบ้าง"
รามิลมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ "เธออยากให้ฉันฟังอะไร... ที่รัก"
คำว่า 'ที่รัก' ที่หลุดออกมาจากปากของรามิลทำให้แก้มของพลอยใสแดงก่ำไปหมด แต่เธอต้องควบคุมตัวเองให้ได้
"คุณอาต้องกลับไปนอนพักที่เตียง และให้พลอยเช็ดตัวให้เสร็จก่อน" เธอเสนอด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่ก็อ่อนหวาน
รามิลมองเธออย่างพิจารณา ก่อนที่รอยยิ้มกรุ่มกริ่มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"ข้อเสนอที่น่าสนใจ... เธอพยายามบงการฉันเหรอ เด็กน้อย"
"เปล่าค่ะ... พลอยแค่ต้องการให้คุณอาหายดีเร็วๆ"
รามิลจ้องมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากร่างกายของเธออย่างช้าๆ แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
"ได้... ฉันจะยอมเชื่อฟังเธอสักพัก" เขาใช้เสียงต่ำและทุ้มลึก "แต่จำไว้... การเชื่อฟังของฉันมีข้อแลกเปลี่ยน"
"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ"
รามิลโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของเธออีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้เธอขนลุกซู่
"เธอต้องทำให้ฉันพอใจ... ให้สมกับที่ฉันยอมเป็นคนป่วยที่เชื่อฟัง"
คำพูดนั้นไม่ได้หยาบคาย แต่กลับเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่น่าหลงใหล พลอยใสสบตาเขาและพยักหน้าอย่างช้าๆ โดยไม่มีคำพูดใดๆ เธอรู้ว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่เกมที่เธออาจจะควบคุมไม่ได้แล้ว
รามิลยอมนอนลงบนเตียงอีกครั้ง พลอยใสหันหลังให้เขาเพื่อหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ เธอใช้โอกาสนี้ในการหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตใจที่กำลังปั่นป่วนของตัวเอง
เธอหันกลับมาและเริ่มภารกิจเช็ดตัวที่ค้างไว้ คราวนี้เธอไม่จำเป็นต้องดึงเสื้อของเขาอีก เพราะรามิลตัดสินใจถอดเสื้อกล้ามที่เปียกชื้นนั้นออกไปแล้ว ร่างกายช่วงบนของเขาเปลือยเปล่า เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่ถูกสร้างมาอย่างดี ร่องรอยของเหงื่อและกลิ่นที่เย้ายวนใจยิ่งกระจายออกมาอย่างชัดเจน
พลอยใสเช็ดตัวเขาอย่างละเอียดอ่อนกว่าเดิม เธอรู้สึกถึงความร้อนจากผิวกายของรามิลที่ส่งมายังมือของเธอ ยามที่ผ้าขนหนูชื้นๆ แตะลงไปบนกล้ามเนื้อบริเวณท้องที่แข็งเกร็งและหน้าท้องที่ราบเรียบของเขา รามิลหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง ดวงตาของเขาปิดลง แต่พลอยใสรู้ดีว่าเขาไม่ได้หลับ
เมื่อถึงเวลาต้องเช็ดบริเวณบั้นเอวที่อยู่ใต้กางเกงนอน พลอยใสลังเลเล็กน้อย
"ถอดกางเกงนอนออกเถอะค่ะ... พลอยจะได้เช็ดให้ทั่วถึง" เธอพูดอย่างพยายามรักษาน้ำเสียงที่เป็นกลางที่สุด
รามิลลืมตาขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขบขัน
"เธอสั่งฉันเหรอ... พลอยใส"
"ค่ะ... ถ้าคุณอาอยากหายเร็วๆ" พลอยใสตอบอย่างกล้าหาญ ความเป็นธรรมชาติของเธอที่ไม่ยอมแพ้คนอื่นเริ่มแสดงออกมา
รามิลยิ้มอีกครั้ง และในที่สุดเขาก็ปลดเชือกที่ผูกกางเกงนอนออก และค่อยๆ เลื่อนมันลงมาเล็กน้อยจนถึงขอบสะโพกของเขา เผยให้เห็นขอบกางเกงชั้นในสีเข้มที่ซ่อนอยู่
"พอใจไหม... ผู้ดูแลของฉัน" เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำและเย้ายวนใจ
พลอยใสหน้าแดงก่ำ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจ่ออยู่กับภารกิจตรงหน้า เธอค่อยๆ เช็ดบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วและระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามที่จะไม่แตะต้องบริเวณอันตรายที่ดูเหมือนจะพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ
แต่จู่ๆ รามิลก็เอื้อมมือมาจับมือของเธอไว้ และออกแรงกดให้ฝ่ามือของเธอสัมผัสกับบริเวณที่แข็งกร้าวและร้อนผ่าวภายใต้เนื้อผ้าบางๆ
พลอยใสสะดุ้งเฮือก เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุและความแข็งแกร่งของสรีระชายที่อยู่ภายใต้ผ้า การกระทำที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง
"เธอตั้งใจเช็ดมันอย่างดีเลยนี่... พลอยใส" รามิลกระซิบ ดวงตาของเขามองเธอด้วยความเร่าร้อนที่ไม่อาจซ่อนได้
"พลอย... พลอยไม่ได้ตั้งใจจะแตะต้องนะคะ" พลอยใสพูดเสียงสั่น
"ไม่ต้องโกหกหรอก... ฉันเห็นความปรารถนาในแววตาของเธอ" รามิลยังคงกดมือเธอไว้อย่างหนักแน่น "บอกฉันสิ... ว่าเธอชอบที่ได้สัมผัสฉันแบบนี้"
คำพูดที่รามิลใช้ทำให้พลอยใสรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงนี้
"มันร้อน..." พลอยใสตอบด้วยคำสั้นๆ โดยไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกที่ถูกกระตุ้น
"แน่นอนว่ามันร้อน... และตอนนี้มันร้อนขึ้นเพราะเธอ" รามิลกระซิบ "เธอไม่คิดจะทำให้มันหายร้อนหน่อยเหรอ... ยาของฉัน"
เขายิ้มอย่างมีเสน่ห์ ก่อนจะปล่อยมือจากเธออย่างช้าๆ รามิลพลิกตัวไปนอนตะแคงข้าง หันหลังให้เธอ
"เช็ดหลังฉันให้เสร็จสิ... แล้วก็ห้ามให้ฉันรอเก้อจนเกินไปนะ"
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยการท้าทายที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ พลอยใสมองแผ่นหลังกว้างและบึกบึนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา เธอกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อรวบรวมความตั้งใจ
เธอบรรจงเช็ดแผ่นหลังของเขาอย่างละเอียดอ่อน จากต้นคอลงมาจนถึงบั้นเอว ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แต่ก็ซ่อนเร้นไว้ด้วยความต้องการที่รุนแรง เธอรู้ว่าเธอต้องรักษาระยะห่าง... แต่ในใจของเธอ กลับรู้สึกต้องการใกล้ชิดกับเขามากยิ่งขึ้น
พลอยใสเสร็จสิ้นภารกิจเช็ดตัว รามิลลืมตาขึ้นมองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"ขอบคุณ... ฉันรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณอาพักผ่อนเถอะนะคะ พลอยจะออกไปข้างนอก"
พลอยใสกำลังจะเดินออกไป แต่รามิลกลับยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของเธออีกครั้ง
"เดี๋ยวก่อน..." เขาออกแรงดึงเบาๆ ทำให้พลอยใสกลับมาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง
"ฉันยังไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้เธอเลยนะ... สำหรับการดูแลอย่างดีเยี่ยมของเธอ" รามิลพูดพลางลูบไล้ข้อมือของเธอด้วยปลายนิ้วที่ร้อนผ่าว
ก่อนที่พลอยใสจะได้ทันพูดอะไร รามิลก็โน้มตัวเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว และดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น... จมูกของเขาซุกเข้าที่ซอกคอของเธออีกครั้งอย่างแสนรัก
"เธอเป็นเด็กที่อันตรายมาก... พลอยใส" เขาพึมพำด้วยความหลงใหล "และฉันชอบผู้หญิงที่อันตรายแบบเธอที่สุด"
บทที่ 3: บทเรียนอำนาจ (The Lesson in Power)
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของห้องนอน ส่งให้บรรยากาศภายในห้องดูมืดสลัวและเต็มไปด้วยความเร้นลับ พลอยใสนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายที่ปลายเตียง พยายามจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือที่เตรียมมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมาธิทั้งหมดของเธอถูกดึงดูดไปยังร่างกำยำที่นอนอยู่บนเตียง
หลังจากเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อช่วงบ่าย รามิลดูเหมือนจะสงบลงและหลับไปในที่สุด แต่พลอยใสรู้ดีว่าความสงบนั้นเป็นเพียงม่านบังหน้าของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของรามิลทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัว หรือส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาทันที
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เธอควรจะมีต่อใบส้มเพื่อนรัก ถูกกลบฝังด้วยกระแสแห่งความปรารถนาที่รามิลจุดขึ้นอย่างตั้งใจ พลอยใสรู้ว่าเธอไม่ควรรู้สึกแบบนี้กับ 'พ่อของเพื่อน' ที่มีบุญคุณกับเธอมากมาย แต่บุคลิกของธรรมชาติแท้จริงของเธอที่แสวงหาความหลงใหลอันลึกซึ้งได้ยอมจำนนต่ออำนาจและเสน่ห์ของธรรมชาติของเขาผู้แข็งแกร่งอย่างรามิลเสียแล้ว
เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงเกือบเที่ยงคืน พลอยใสลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบเพื่อสำรวจอาการของเขา เธอแตะหน้าผากของรามิลเบาๆ และพบว่าไข้ของเขาลดลงมากแล้ว ความโล่งใจแผ่ซ่านเข้ามาในอกของเธอ
ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ... มือของรามิลก็พุ่งออกมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นอีกครั้ง
"จะไปไหน... ผู้ดูแล" น้ำเสียงของเขาไม่ได้อ่อนเพลียอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ
พลอยใสทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงตามแรงดึงของเขา
"คุณอาตื่นแล้วเหรอคะ... ไข้ลดลงแล้วนะ" เธอพยายามพูดอย่างใจเย็น
"ฉันไม่ได้หลับ... ฉันแค่รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม" รามิลพูดพลางลูบไล้ข้อมือของเธออย่างช้าๆ การสัมผัสที่แสนจะธรรมดานี้กลับสร้างความรู้สึกที่ไม่ธรรมดาให้กับเธอ
"เวลาที่เหมาะสมสำหรับอะไรคะ" พลอยใสถามด้วยเสียงที่แหบพร่า
รามิลยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจในความมืดสลัว "เวลาที่เหมาะสมสำหรับ... การจ่ายค่าตอบแทนให้เธอไง"
เขาออกแรงดึงเธอเข้ามาใกล้ ร่างของพลอยใสแทบจะล้มลงบนเตียง รามิลใช้แขนอีกข้างโอบรอบเอวของเธอไว้ ทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไม่มีช่องว่าง
"ฉันหายดีแล้ว... พลอยใส และตอนนี้ฉันจะแสดงให้เธอเห็นว่าฉันตอบแทนบุญคุณกับคนที่ดูแลฉันดีขนาดไหน"
กลิ่นหอมของผิวที่สะอาดหลังจากการเช็ดตัว ผสมกับกลิ่นสมุนไพรและกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของรามิลโอบล้อมรอบตัวเธอ รามิลเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ซอกคอของเธออีกครั้ง และสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวของเธออย่างช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสไวน์ชั้นเลิศ
"กลิ่นตัวเธอหอมมาก... เหมือนองุ่นที่เพิ่งเก็บใหม่ๆ" เขาพึมพำ
พลอยใสรู้สึกขนลุกซู่ เธอรู้ว่ารามิลกำลังใช้อำนาจลึกลับที่จับต้องไม่ได้เพื่อครอบงำเธออย่างช้าๆ แต่เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจ กลับกัน... มันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้ว่าเขาจะพาเธอไปถึงจุดไหน
"คุณอาไม่ควรทำแบบนี้..." เธอพยายามปฏิเสธ แต่เสียงที่ออกมากลับสั่นเครือจนน่าใจหาย
"ไม่ควรทำเหรอ?" รามิลผละใบหน้าออกมามองสบตาเธอในความมืด ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาววับ "แล้วทำไมเธอถึงไม่ผลักฉันออกไปล่ะ... พลอยใส"
เขาใช้มือที่โอบรอบเอวเธอ ออกแรงบีบเบาๆ เป็นสัญญาณของอำนาจที่เหนือกว่า
"เธอกล้าที่จะอยู่ใกล้ชิดฉันขนาดนี้... แสดงว่าเธอพร้อมที่จะรับผลที่ตามมาแล้วไม่ใช่เหรอ"
พลอยใสรู้ว่าการโต้เถียงกับชาวเมษผู้เด็ดขาดและต้องการชัยชนะอย่างรามิลนั้นไม่มีประโยชน์ เธอจึงตัดสินใจใช้เสน่ห์ของธรรมชาติของเธอในการตอบโต้
เธอเลื่อนมือขึ้นไปที่แผงอกของเขา และลูบไล้เบาๆ ไปตามกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง
"พลอยไม่รู้ว่า 'ผลที่ตามมา' ที่คุณอาพูดถึงคืออะไร..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ายวนจนตัวเองก็รู้สึกแปลกใจ "แต่พลอยก็ไม่ได้กลัวมันหรอกค่ะ"
รามิลมองเธอด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มพอใจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขายอมรับในการแสดงออกถึงความมั่นใจของเธอ
"ดีมาก..." เขาพูดอย่างช้าๆ ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา แต่แล้วจูบนั้นก็เลื่อนต่ำลงมาที่เปลือกตา... และลงมาหยุดที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง
คราวนี้การจูบไม่ได้เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนจากการเป็นไข้ แต่เต็มไปด้วยความต้องการที่บริสุทธิ์และดิบเถื่อน รามิลจูบเธออย่างลึกซึ้งและดูดดื่ม สอดแทรกความปรารถนาที่ถูกเก็บงำไว้อย่างชัดเจน
พลอยใสตอบรับการจูบนั้นอย่างไม่มีการลังเล มือของเธอเลื่อนขึ้นไปที่ต้นคอของเขา และดึงศีรษะของเขาให้เข้ามาชิดกับเธอมากขึ้น
รามิลผละริมฝีปากออกอย่างช้าๆ แต่ยังคงตรึงใบหน้าของเธอไว้ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยไฟปรารถนา
"เธอรู้ไหมว่าตอนที่ฉันเป็นไข้... ฉันจินตนาการถึงสัมผัสของเธอมาตลอด" เขาใช้เสียงต่ำกระซิบข้างใบหู "กลิ่นของเธอ... รสชาติของเธอ... มันทำให้ฉันคลั่ง"
เขาลุกขึ้นนั่ง และใช้มือที่เต็มไปด้วยอำนาจปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของพลอยใสออกอย่างรวดเร็วทีละเม็ด การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้รีบร้อน แต่ก็เด็ดขาดและคาดเดาไม่ได้
เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดออก รามิลก็ดึงเสื้อของเธอออกจากไหล่ช้าๆ เผยให้เห็นสายเสื้อชั้นในลูกไม้สีอ่อน และเนินอกที่กำลังเต้นระรัว
พลอยใสก้มหน้าลงด้วยความอาย แต่รามิลกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางของเธอให้เงยขึ้น
"มองฉัน... พลอยใส" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเย้ายวน "ฉันอยากให้เธอเห็นว่าฉันรู้สึกกับเธออย่างไร"
รามิลค่อยๆ เลื่อนสายตาลงมาที่เนินอกของเธอ และใช้ริมฝีปากที่ร้อนผ่าวของเขาประทับลงบนผิวเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ เขาขบเม้มและดูดดึงอย่างอ่อนโยน แต่ก็รุนแรงพอที่จะทำให้เธอรู้สึกวาบหวามไปทั่วทั้งร่าง
"อ๊ะ..." พลอยใสหลุดเสียงครางออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอใช้มือจับศีรษะของรามิลไว้แน่น สัมผัสของเขาทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวยลงอย่างสิ้นเชิง
"สวยงาม..." รามิลพึมพำ ก่อนจะใช้มือปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธอออกอย่างชำนาญการ เสียง 'คลิก' เบาๆ ของตะขอที่ปลดออกในความเงียบยามค่ำคืนฟังดูเย้ายวนใจอย่างยิ่ง
เมื่อปราศจากสิ่งปกปิด ร่างกายส่วนบนของพลอยใสก็เผยสู่สายตาของรามิล แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำให้ผิวของเธอดูเปล่งปลั่งและน่าสัมผัส
รามิลเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลอย่างที่สุด
"เธอทำตัวเหมือนลูกแมวที่แสนดื้อรั้น... แต่ก็มีไฟแห่งความเร่าร้อนซ่อนอยู่ข้างใน"
เขาค่อยๆ เลื่อนตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนร่างกายของเขาทาบทับอยู่บนตัวเธออย่างอ่อนโยน รามิลใช้มือลูบไล้ไปตามข้างลำตัวของเธอ จากเอวที่คอดกิ่วลงไปที่สะโพกอย่างเชื่องช้า
"เธอรู้ไหม... การที่ฉันได้สัมผัสเธอแบบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเป็นอิสระจากความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในใจมานาน" รามิลพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาฉายความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่ง
พลอยใสเข้าใจทันทีว่าเขากำลังพูดถึงบาดแผลที่เกิดจากการทรยศของภรรยาเก่า เธอรู้ว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความปรารถนาทางกาย แต่มันคือการเยียวยาจิตใจที่แตกสลายของรามิลด้วย
"พลอย... ยินดีที่จะอยู่ตรงนี้กับคุณอาค่ะ" เธอตอบกลับด้วยความจริงใจ
คำตอบของเธอทำให้รามิลยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาก้มลงมาจูบเธออีกครั้ง และจูบนั้นก็เต็มไปด้วยความผูกพันทางอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง
รามิลผละตัวออกจากเธอเล็กน้อย และเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างของพลอยใสที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างเต็มที่
"เสื้อผ้ามันเกะกะไปหมดแล้วนะ... ที่รัก" รามิลกระซิบอย่างหยาบกระด้างแต่เย้ายวน
พลอยใสเข้าใจความหมายนั้น เธอจึงยื่นมือไปปลดซิปที่กางเกงยีนส์ของเขาอย่างช้าๆ และแผ่วเบา การกระทำที่กล้าหาญนี้ทำให้รามิลจ้องมองเธอด้วยความประทับใจ
"กล้าหาญมาก... ราชินีของฉัน" เขาพูดพลางยื่นมือมาช่วยเธอถอดกางเกงที่เหลือของเขาออกอย่างรวดเร็ว
เมื่อเสื้อผ้าส่วนเกินถูกกำจัดออกไปจากร่างกายของทั้งคู่ รามิลก็ดึงพลอยใสเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง ผิวที่สัมผัสกันในความมืดทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงและร้อนระอุ
รามิลกดจูบลงบนหัวไหล่ของเธอ และกระซิบถ้อยคำที่เต็มไปด้วยอำนาจและความต้องการ
"จงยอมจำนนต่อฉัน... พลอยใส"
คุณนักอ่านที่น่ารักทั้งหลายสามารถแลกอ่าน 2 ตอนสุดแซ่บสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้ได้ใน Blog สำหรับ VIP ของเราเมื่อคุณกลายมาเป็น FC คนพิเศษของ 'แมงมุมใต้เตียง' หรือ 'ก็ ณ ก่อนนั้น' หรือ 'ก็ แซ่บนะ' อย่างน่ามหัศจรรย์ด้วยการมี eBook ยอดรวมกันจนมีมูลค่า 500 บาทขึ้นไปนะคะที่รัก
.⋆。🌶️🌿˚ และนอกจากนิยายโรมานซ์อ่านสนุกเรื่องนี้แล้ว คุณนักอ่านสามารถสนับสนุนผลงาน #นิยายรสแซ่บจัดจ้านจนนิพพานสีจมปูว์ ของ #แมงมุมใต้เตียง ที่แต่งจบแล้วพร้อมอ่านได้เลยได้ที่ comment หรือที่ BIO ตลอด 24 ชั่วโมง นะคะ ✨👇✨ สุดปัง สุดปัง กำลังรับนักอ่านจำนวนไม่จำกัด!
#นิยาย | #อ่านนิยาย | #eBook | #romancenovels | #fiction | #นิยายอ่านสนุกทุกเทศกาล #2025trend

