ลำนำ: เทพเจ้าแห่งไอยคุปต์
หมื่นล้านคำรัก
‼️ ©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้เพิ่มเติม ‼️
บทที่ ๘: ความจริงแห่งโลงศพ และการไถ่บาปของเนฟธิส
ในขณะที่ไอยคุปต์ดำรงอยู่ด้วยความสุขภายใต้การปกครองของ ฮอรัส และความรักของ ฮาธอร์, ในโลกหลังความตาย ดูอาต, โอซิริส ยังคงต้องเผชิญกับเงาของความโศกเศร้าที่ยังคงตกค้างจากอดีต—ความจริงเกี่ยวกับการทรยศของ เนฟธิส และความผิดพลาดที่นำมาซึ่งกำเนิดของ อนูบิส
แม้ว่า ไอซิส และ โอซิริส จะให้อภัย เนฟธิส แล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจของเทพีแห่งทะเลทรายนั้นไม่อาจลบเลือนได้ง่ายๆ เนฟธิสใช้เวลาทั้งหมดในดูอาตเพื่อช่วย อนูบิส ทำมัมมี่และนำทางวิญญาณผู้ตาย ซึ่งเป็นภารกิจที่นางเลือกเพื่อเป็นการไถ่บาปให้ตัวเอง
ณ โถงเก็บโลงศพแห่งหนึ่งในดูอาตที่เต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือกและกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ใช้ในการทำมัมมี่ เนฟธิส ยืนอยู่ข้าง อนูบิส ผู้เป็นบุตรชาย อนูบิสในร่างเทพผู้สง่างามมีผิวสีดำเข้มดุจท้องฟ้ายามค่ำคืน ใบหน้าของเขามีความเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ
“ท่านแม่” อนูบิสกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ท่านไม่ต้องทำเช่นนี้ ท่านอาโอซิริสและท่านแม่ไอซิสทรงอภัยให้ท่านแล้ว”
เนฟธิสสวมชุดสีดำที่แสดงถึงการไว้อาลัยและความสำนึกผิด ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “ข้าจำเป็นต้องทำ อนูบิส ลูกรัก การได้ช่วยให้วิญญาณเหล่านี้ได้รับการฟื้นคืนชีพคือการเยียวยาจิตวิญญาณของข้าเอง”
“แต่ท่านดูเหมือนไม่ได้พักผ่อนเลย ท่านแม่ ท่านยังคงแบกรับความผิดของท่านอาเซตเอาไว้”
“เซตคือความผิดพลาดที่ข้าต้องเผชิญหน้า” เนฟธิสตอบด้วยความหนักใจ “แต่ความผิดพลาดที่ข้าสร้างขึ้นคือการทรยศต่อ ไอซิส ผู้เป็นที่รักของข้า ข้าจะลืมมันได้อย่างไร”
โอซิริส ซึ่งเห็นถึงความทุกข์ทรมานของ เนฟธิส ผ่านพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ได้เดินทางมายังโถงเก็บโลงศพแห่งนั้น
“เนฟธิส” โอซิริสกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยความเมตตา ร่างของพระองค์เรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ “เจ้าได้ทำหน้าที่ของเจ้าในดูอาตอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เจ้าเป็นที่เคารพของวิญญาณทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในอาณาจักรของข้า”
เนฟธิสก้มลงกราบต่อหน้าโอซิริสด้วยความสำนึกผิด “ข้าไม่สมควรได้รับความเมตตาของท่าน ท่านพี่ ข้าได้ทรยศต่อความผูกพันของครอบครัวเรา”
โอซิริสยิ้มอย่างอ่อนโยน พระองค์ช่วยพยุง เนฟธิส ให้ลุกขึ้น
“ความรักของเราคือความผูกพันที่ยิ่งใหญ่กว่าความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เนฟธิส จงมองดู อนูบิส ลูกชายของเจ้าสิ เขาคือเทพผู้ทรงปัญญาและซื่อสัตย์ที่สุดในดูอาต เขาคือของขวัญที่โชคชะตาได้มอบให้แก่เรา”
อนูบิสเดินเข้าไปยืนข้างมารดา เขาโอบกอด เนฟธิส ไว้แน่นด้วยความรักที่บริสุทธิ์
“การมีท่านอยู่เคียงข้างข้าคือความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านแม่” อนูบิสกล่าว
โอซิริสตัดสินใจที่จะนำ เนฟธิส เข้าไปสู่ส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของดูอาต “ห้วงธาราแห่งการฟื้นคืนชีพ” ซึ่งเป็นสระน้ำที่มีน้ำบริสุทธิ์จากห้วงน้ำดึกดำบรรพ์ของ นุน
“เนฟธิส จงอาบน้ำในธารานี้” โอซิริสสั่งอย่างอ่อนโยน “จงชำระล้างความรู้สึกผิดของเจ้าและเริ่มต้นใหม่”
เนฟธิสทำตามที่โอซิริสสั่ง นางค่อยๆ ก้าวลงสู่ห้วงน้ำที่เย็นยะเยือก เมื่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สัมผัสผิวของนาง ความรู้สึกเจ็บปวดและความผิดในใจของนางก็ถูกพัดพาไปพร้อมกับกระแสน้ำ นางรู้สึกถึงการไถ่บาปที่สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรกในชีวิต
เมื่อ เนฟธิส ขึ้นมาจากน้ำ ร่างกายของนางไม่ได้สวมชุดสีดำอีกต่อไป แต่เป็นชุดสีขาวและสีน้ำเงินเข้มที่เปล่งประกาย ผิวพรรณของนางกลับมาสดใสและดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสงบ
การไถ่บาปของ เนฟธิส นั้นสำเร็จแล้ว
ในขณะเดียวกัน บนโลกมนุษย์ ไอซิส ก็รับรู้ถึงความสงบสุขที่แท้จริงของน้องสาว นางใช้พลังของนางในการสร้างสรรค์บทเพลงแห่งความสุขและสันติภาพ เพื่อส่งเป็นของขวัญให้กับ เนฟธิส
ไอซิสนั่งอยู่ภายในวิหารของนาง พลางใช้มือที่เรียวและอ่อนโยนบรรเลงพิณทองคำ บทเพลงของนางไม่ได้เต็มไปด้วยเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ แต่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัย
“น้องสาวที่รัก” ไอซิสกระซิบ “เจ้าได้รับการไถ่บาปแล้ว จงใช้ชีวิตในดูอาตด้วยความสุข”
พลังของบทเพลงนี้เดินทางลงสู่ดูอาต และโอบอุ้ม เนฟธิส ไว้ในอ้อมกอดแห่งการยอมรับ
เนฟธิสยิ้มด้วยความสุขอย่างแท้จริง “ขอบคุณ ท่านพี่ ไอซิส ข้าจะตอบแทนท่านด้วยการรับใช้ที่ซื่อสัตย์ในอาณาจักรแห่งความตาย”
ความสงบสุขนี้ยังส่งผลกระทบถึง เซต ผู้ถูกเนรเทศ
เซตยังคงทำหน้าที่อย่างไม่เต็มใจในการปกป้องเรือสุริยะของ รา จาก อโพฟิส อสรพิษแห่งความมืด แต่ความโกรธแค้นในใจของเขานั้นไม่เคยลดลง
ในคืนหนึ่งที่มืดมิดที่สุด เซตกำลังต่อสู้กับ อโพฟิส อย่างดุเดือด พายุทรายขนาดมหึมาที่เกิดจากพลังของเขาพัดโหมกระหน่ำไปทั่วดูอาต
“เจ้าจะไม่ได้ดวงอาทิตย์ดวงนี้ไปครอง อโพฟิส!” เซตคำราม
การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เซตใช้ความสามารถในการทำลายล้างของเขาเพื่อฉีกกระชากร่างของอสรพิษยักษ์ แม้ว่า เซต จะเป็นเทพแห่งความโกลาหล แต่เขาก็ยอมรับในหน้าที่ของตนเองที่ต้องรักษาความสมดุล (Ma’at) นี้ไว้ เพื่อไม่ให้ความมืดมิดที่แท้จริงเข้าครอบงำโลก
ในขณะที่เซตต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เขาได้รับรู้ถึงความสงบสุขที่เกิดขึ้นกับ เนฟธิส ผู้เป็นภรรยาเก่าของเขา
ความสงบนี้แทรกซึมผ่านพายุทรายและความโกรธของเขา เซตรู้สึกถึงความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยรู้สึกมานานแล้ว เขาเข้าใจว่าการยอมรับการไถ่บาปของเนฟธิสคือการยอมรับความจริงที่ว่าความรักและความเมตตานั้นแข็งแกร่งกว่าความเกลียดชังใดๆ
เซตไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ในทันที แต่เขาก็เริ่มเรียนรู้ที่จะยอมรับชะตากรรมของตนเอง—การเป็นผู้พิทักษ์ที่ถูกเกลียดชังของรา
เมื่อ เซต สามารถเอาชนะ อโพฟิส ได้ในที่สุด และดวงอาทิตย์ดวงใหม่ก็ขึ้นสู่ท้องฟ้า เซตก็กลับมายังอาณาจักรของเขาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
บนโลกมนุษย์ ฮอรัส รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานทั้งหมดนี้
ฮอรัสในฐานะฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ ยืนอยู่บนระเบียงวิหารของเขา มองไปยังแสงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น
ฮาธอร์ เดินเข้ามาอยู่ข้างๆ เขา นางสวมชุดสีทองที่เปล่งประกาย
“ความสงบสุขที่แท้จริงมาถึงแล้ว ฮอรัส” ฮาธอร์กล่าวด้วยความยินดี “ความรักของครอบครัวท่านได้นำมาซึ่งความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบ”
“ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความรักและความกล้าหาญของท่านแม่” ฮอรัสตอบ พลางโอบกอด ฮาธอร์ ไว้แน่น
“และจบลงด้วยการไถ่บาปของท่านป้าเนฟธิส” ฮาธอร์เสริม
ฮอรัสและฮาธอร์ยืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า การปกครองของพวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของการให้อภัย การยอมรับ และความรักอันบริสุทธิ์ที่อยู่เหนือความมืดมิดใดๆ
ตำนานของเทพเจ้าไอยคุปต์จบลงที่นี่—ด้วยการยืนยันว่าความรักและความยุติธรรมจะนำพาไอยคุปต์ไปสู่ความสงบสุขนิรันดร์ ตราบใดที่ดวงอาทิตย์ยังคงขึ้นทุกเช้า
[จบชุดตำนานหลัก]
