* ✨👇✨ กดรับ Link นิยายรสแซ่บได้ที่ปกทุกปกที่นี่เลยจ้าา ✨👇✨ *

niyayZAP Related E-Books Related E-Books Related E-Books Related E-Books Series E-Books niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน niyayZAP Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP Related E-Books niyayZAP niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books  Series E-Books

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

2: แสงดาวแห่งดินแดนตะวันตก The Light of Western Stars

.⋆。🧸˚

แสงดาวแห่งดินแดนตะวันตก

แปลโดย: หมื่นล้านคำรัก

‼️ ©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ‼️

บทที่ 2: ความลับที่ต้องเก็บงำ

เพราะคำตอบที่เหนือความคาดหมายนั้นเอง ทำให้แมดเดอลีนเกิดความเชื่อมั่นที่จะก้าวเดินต่อไปกับคาวบอยหนุ่ม แต่ในตอนนั้นเธอไม่ได้ไตร่ตรองถึงสิ่งที่เขาพูดอย่างถี่ถ้วนหรอก ไม่ว่าเขาจะตอบอะไรเธอก็พร้อมจะเชื่อทั้งนั้น ขอเพียงแค่เขาแสดงความใจดีออกมาบ้าง ความเงียบของเขาทำให้เธอประหม่าจนต้องเอ่ยถึงความกลัวออกไป แต่ถึงแม้เขาจะไม่ตอบอะไรเลย เธอก็คงจะตามเขาไปอยู่ดี

เธอรู้สึกขนลุกทุกครั้งเมื่อคิดถึงการต้องกลับไปที่สถานีซึ่งเธอเชื่อว่าเพิ่งมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น เธอแทบจะทำใจให้เดินกลับไปยังแสงไฟสลัวบนถนนสายนั้นไม่ลง และเธอก็ไม่อยากจะเดินโซซัดโซเซอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความมืดมิด

ขณะที่เดินต่อไปในความมืดที่มีสายลมพัดกระโชกแรง เธอรู้สึกโล่งใจที่เขาตอบออกมาเช่นนั้น พลางคิดว่าเขาคงต้องพิสูจน์คำพูดของตนเองให้เห็นจริง แต่แล้วเธอก็เริ่มเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นในคำพูดของเขา ความทะนงตนเริ่มกลับมาจนทำให้รู้สึกว่าเธอควรจะรังเกียจเกินกว่าจะเก็บเรื่องของผู้ชายพรรค์นี้มาใส่ใจ แต่แมดเดอลีน แฮมมอนด์ กลับพบว่าความคิดนั้นห้ามกันไม่ได้ และในตอนนี้เธอกำลังมีความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงมาก่อนเลยจนกระทั่งคืนนี้

ไม่นานนัก ผู้นำทางของแมดเดอลีนก็เลี้ยวออกจากทางเดินแล้วไปเคาะประตูบ้านหลังคาเตี้ยหลังหนึ่ง

"นั่นใครน่ะ?" เสียงทุ้มดังขึ้นจากภายใน

"ยีน สจ๊วต" คาวบอยหนุ่มตอบ "ไปเรียกฟลอเรนซ์มาที... เร็วเข้า!"

ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ เสียงเคาะประตูอีกห้อง และเสียงพูดคุย แมดเดอลีนได้ยินเสียงผู้หญิงอุทานออกมาว่า "ยีน! มาทำอะไรที่นี่ในคืนที่มีงานเต้นรำล่ะเนี่ย! หรือว่ามีเรื่องอะไรที่ทุ่งปศุสัตว์?"

แสงไฟสว่างวาบขึ้นและส่องลอดหน้าต่างออกมา ครู่ต่อมาก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ และประตูเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งถือตะเกียงอยู่

"ยีน! แอลเป็นอะไรรึเปล่า—"

"แอลไม่เป็นไร" คาวบอยหนุ่มกล่าวขัดขึ้น

แมดเดอลีนมีความรู้สึกสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน อย่างแรกคือความประหลาดใจในน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความตกใจและแฝงไปด้วยความรักในคำพูดของผู้หญิงคนนั้น และอย่างที่สองคือความโล่งใจอย่างที่สุดที่จะได้อยู่กับเพื่อนของพี่ชายอย่างปลอดภัย

"นี่น้องสาวของแอล มากับรถไฟเที่ยวคืนนี้" คาวบอยหนุ่มพูดต่อ "ผมบังเอิญเจอเธอที่สถานี เลยพามาส่งให้คุณ"

แมดเดอลีนก้าวออกมาจากเงามืด

"ไม่ใช่... ไม่ใช่ มาเจสตี้ แฮมมอนด์ จริงๆ ใช่ไหม!" ฟลอเรนซ์ คิงสลีย์ อุทาน เธอเกือบจะทำตะเกียงหลุดมือ พลางจ้องมองแมดเดอลีนด้วยความตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา

"ค่ะ ฉันเองค่ะ" แมดเดอลีนตอบ "รถไฟของฉันมาล่าช้า และด้วยเหตุผลบางอย่างแอลเฟรดเลยไม่ได้มารับ มิสเตอร์... มิสเตอร์สจ๊วต เลยเห็นสมควรให้ฉันมาหาคุณแทนที่จะไปโรงแรมค่ะ"

"โอ้ ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้พบคุณ" ฟลอเรนซ์ตอบอย่างอบอุ่น "เข้ามาข้างในก่อนเถอะค่ะ ฉันตกใจจนลืมรักษามารยาทไปเลย แหม แอลไม่เคยบอกเลยนะว่าคุณจะมา"

"เขาคงไม่ได้รับโทรเลขของฉันน่ะค่ะ" แมดเดอลีนพูดขณะเดินเข้าบ้าน

คาวบอยหนุ่มที่เดินตามเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กของเธอต้องก้มตัวลงเพื่อลอดประตู และเมื่อเข้ามาข้างในแล้ว ร่างสูงใหญ่ของเขาก็ดูจะเด่นตระหง่านจนทำให้ห้องดูเล็กลงไปถนัดตา ฟลอเรนซ์วางตะเกียงลงบนโต๊ะ แมดเดอลีนเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร ผมสีบลอนด์ยาวสลวยปล่อยทิ้งตัวลงมาบนชุดคลุมอาบน้ำ

"โอ้ แอลต้องดีใจมากแน่ๆ!" ฟลอเรนซ์อุทาน "คุณพระช่วย คุณหน้าซีดเป็นกระดาษเลย คุณคงเหนื่อยมาก นั่งรอที่สถานีนานเลยใช่ไหมล่ะ ฉันได้ยินเสียงรถไฟมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วตอนที่กำลังจะเข้านอน สถานีนั่นตอนกลางคืนมันเงียบเหงาจะตายไป ถ้าฉันรู้ว่าคุณจะมานะ! คุณหน้าซีดจริงๆ นะเนี่ย ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?"

"เปล่าค่ะ แค่เหนื่อยมากเท่านั้นเอง การเดินทางไกลด้วยรถไฟมันลำบากกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย ฉันต้องรอที่สถานีนานพอสมควรหลังจากรถไฟมาถึง แต่ฉันบอกไม่ได้หรอกค่ะว่ามันเงียบเหงา"

ฟลอเรนซ์ คิงสลีย์ จ้องมองใบหน้าของแมดเดอลีนด้วยสายตาแหลมคม แล้วหันไปมองสจ๊วตที่ยืนนิ่งเงียบอยู่นานอย่างมีความหมาย จากนั้นเธอก็ตัดสินใจปิดประตูห้องที่เชื่อมไปอีกห้องหนึ่งอย่างใจเย็น

"มิสแฮมมอนด์ เกิดอะไรขึ้นคะ?" เธอลดเสียงต่ำลง

"ฉันไม่อยากนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเลยค่ะ" แมดเดอลีนตอบ "แต่ฉันจะบอกแอลเฟรดว่า ฉันยอมเจอพวกอาปาเช่ที่ดุร้ายเสียยังดีกว่ามาเจอคาวบอย"

"โธ่ อย่าบอกแอลอย่างนั้นเลยนะ!" ฟลอเรนซ์ร้องออกมา ก่อนจะคว้าตัวสจ๊วตแล้วลากเขามาใกล้แสงไฟ "ยีน นายเมานี่!"

"ก็เมาพอสมควร" เขาตอบพลางก้มหน้า

"โอ้ นายไปทำอะไรลงไป?"

"ฟังนะฟลอ ผมก็แค่—"

"ฉันไม่อยากฟัง! ยีน นายจะไม่เรียนรู้เรื่องมารยาทบ้างเลยเหรอ? เมื่อไหร่จะเลิกเหล้าสักที นายจะเสียเพื่อนไปหมดนะ สติลเวลล์ก็ช่วยนายมาตลอด แอลก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนาย มอลลี่กับฉันก็อ้อนวอนนายแล้ว แต่นี่นายกลับไปทำเรื่อง... พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่านายทำอะไรลงไป!"

"ผู้หญิงเขาจะสวมผ้าคลุมหน้ากันทำไมล่ะ?" เขาพึมพำ "ถ้าไม่มีผ้านั่น ผมก็คงจำเธอได้แล้ว"

"แล้วนายก็คงจะไม่ล่วงเกินเธอ แต่นายก็จะไปทำกับผู้หญิงคนถัดไปที่ผ่านมาอยู่ดี ยีน นายมันเกินเยียวยา ออกไปจากที่นี่เลยนะ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก"

"ฟลอ!" เขาอ้อนวอน

"ฉันพูดจริง"

"งั้นพรุ่งนี้ผมจะกลับมาให้แอลลงโทษละกัน" เขาตอบ

"อย่าแม้แต่จะคิดนะ!" เธอสวนกลับ

สจ๊วตเดินออกไปและปิดประตูตามหลัง

"มิสแฮมมอนด์ คุณ... คุณไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้ทำให้ฉันเจ็บปวดแค่ไหน" ฟลอเรนซ์พูด "คุณคงจะมองพวกเราแย่ไปหมดแล้ว มันโชคร้ายจริงๆ ที่คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ตั้งแต่วันแรก บางทีคุณอาจจะไม่อยากอยู่ต่อแล้วก็ได้ โอ้ ฉันรู้จักสาวชาวตะวันออกหลายคนที่หนีกลับบ้านไปโดยที่ยังไม่ทันได้รู้เลยว่าจริงๆ แล้วคนที่นี่เป็นยังไง มิสแฮมมอนด์คะ ยีน สจ๊วตน่ะเวลาเมาเขาเหมือนปีศาจเข้าสิง แต่ฉันรู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรลงไป เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณต้องอับอายหรอกค่ะ เอาละ คืนนี้อย่าไปคิดถึงมันอีกเลยนะ"

เธอหยิบตะเกียงแล้วพาแมดเดอลีนเข้าไปในห้องเล็กๆ "นี่คือชีวิตฝั่งตะวันตกค่ะ" เธอพูดพลางยิ้มขณะชี้ให้ดูเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้น "แต่คุณพักผ่อนได้นะ ที่นี่ปลอดภัยที่สุด คุณจะให้ฉันช่วยถอดชุด หรือให้ฉันทำอะไรให้ไหมคะ?"

"คุณใจดีมากค่ะ ขอบคุณนะคะ แต่ฉันจัดการเองได้ค่ะ" แมดเดอลีนตอบ

"งั้นก็ฝันดีนะคะ ฉันไปเร็วเท่าไหร่คุณจะได้พักเร็วเท่านั้น ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปเถอะ แล้วคิดซะว่าพรุ่งนี้คุณจะทำให้พี่ชายประหลาดใจแค่ไหน"

พูดจบเธอก็เลี่ยงออกไปและปิดประตูอย่างแผ่วเบา

ขณะที่แมดเดอลีนวางนาฬิกาลงบนตู้ เธอสังเกตเห็นว่าเวลาล่วงเลยไปตีสองกว่าแล้ว ดูเหมือนมันช่างยาวนานเหลือเกินนับตั้งแต่เธอก้าวลงจากรถไฟ เมื่อเธอดับตะเกียงและซุกตัวลงในเตียงด้วยความเหนื่อยล้า เธอก็รับรู้ถึงความรู้สึกของคำว่าหมดแรงอย่างแท้จริง เธอเหนื่อยเกินกว่าจะขยับนิ้วได้เสียอีก แต่สมองของเธอกลับหมุนคว้าง

ในตอนแรกเธอควบคุมความคิดไม่ได้เลย ความรู้สึกนับพันประดังประเดเข้ามาโดยไม่มีเหตุมีผล ทั้งเสียงอึกทึกของรถไฟ ความรู้สึกเหมือนหลงทาง เสียงฝีเท้าม้า ภาพใบหน้าของพี่ชายที่เธอเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อห้าปีที่แล้ว แสงไฟที่เรียงรายสลัวๆ เสียงเดือยแหลมสีเงินกระทบกัน ค่ำคืน ลม ความมืด และดวงดาว

แล้วก็สถานีที่หม่นหมอง ชายชาวเม็กซิกันในผ้าห่ม ห้องที่ว่างเปล่า แสงไฟที่ฝั่งตรงข้ามลานกว้าง เสียงฝีเท้าของพวกนักเต้นรำ เสียงหัวเราะที่ว่างเปล่า ดนตรีที่บาดหู ประตูที่เหวี่ยงเปิดออกและการปรากฏตัวของคาวบอย เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นเขาหน้าตาเป็นอย่างไรหรือทำอะไรลงไป แต่ในวินาทีถัดมาเธอก็เห็นเขาที่ดูสุขุม ยิ้มแย้ม และดูร้ายกาจ—เห็นเขาในท่าทางที่รุนแรง ต่อมาภาพร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้า และตัวตนของเขาก็เลือนรางเหมือนภาพในความฝัน

ใบหน้าซีดเผือดของบาทหลวงแวบเข้ามาในห้วงความคิด และมันก็นำความรู้สึกมึนงงกึ่งมืดบอดที่อธิบายไม่ได้กลับมาเหมือนตอนสิ้นเสียงปืนนัดสุดท้ายที่บีบคั้นประสาทนั่น ความรู้สึกนั้นผ่านไป แล้วความทรงจำที่เหลือก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน—เสียงแปลกๆ ที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เสียงปืนที่ดังอู้อี้ เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย เสียงร้องไห้ที่แหลมคมของผู้หญิง

และแมดเดอลีนก็เห็นดวงตาที่เศร้าสลดของหญิงสาวคนนั้น เห็นการควบม้าหนีหายไปในความมืด เห็นร่างสูงใหญ่ของคาวบอยผู้นิ่งเงียบ และดวงดาวสีขาวที่ดูเหมือนจะจ้องมองลงมาอย่างไร้ความปรานี กระแสแห่งความทรงจำเหล่านี้พัดวนอยู่ในหัวของแมดเดอลีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนค่อยๆ ลดพละกำลังลงและจางหายไป ความทุกข์ใจทั้งหลายจากไป และเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอย

ห้องนี้ช่างมืดมิดเหลือเกิน—มืดสนิทเท่ากันไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตา! และความเงียบ—มันเหมือนกับผ้าคลุมที่ห่อหุ้มไว้ ไม่มีเสียงอะไรเลยจริงๆ เธอมาอยู่ในโลกอีกใบที่ต่างจากโลกที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง เธอนึกถึงฟลอเรนซ์ผมบลอนด์คนนั้นและแอลเฟรด และในขณะที่กำลังสงสัยเรื่องราวของพวกเขา เธอก็ผล็อยหลับไป

เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ห้องก็สว่างไสวด้วยแสงแดด ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเตียงทำให้เธอต้องซุกมือลงใต้ผ้าห่ม เธอกำลังนอนมองผนังดินของห้องเล็กๆ นี้อย่างเกียจคร้านและล่องลอย จนกระทั่งเธอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนและมาที่นี่ได้อย่างไร

ความรู้สึกรังเกียจที่ถาโถมเข้ามาพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอได้รับความสะเทือนใจมากเพียงใด เธอถึงกับหลับตาเพื่อพยายามลบเลือนความทรงจำนั้นทิ้งไป เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทำให้แปดเปื้อน

ครู่ต่อมา แมดเดอลีน แฮมมอนด์ ก็กลับมารับรู้ถึงความจริงที่เธอได้เรียนรู้เมื่อคืน—ว่ามันมีความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เธอไม่ได้พยายามวิเคราะห์มัน แต่เธอใช้การควบคุมตัวเองอย่างดีเยี่ยม จนเมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็กลับมาเป็นตัวเองตามปกติในสายตาคนภายนอก เธอแทบจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เธอต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองเช่นนี้คือเมื่อไหร่ ชีวิตของเธอไม่เคยมีปัญหา ไม่มีความตื่นเต้น และไม่มีเรื่องไม่สบายใจเลย ทุกอย่างถูกจัดระเบียบไว้ให้เธอแล้ว—สงบเงียบ หรูหรา สง่างาม มีสีสัน แต่ก็ยังคงเหมือนเดิมเสมอ

เธอไม่แปลกใจที่ตื่นสาย และกำลังจะออกไปถามเรื่องพี่ชาย แต่แล้วเสียงหนึ่งก็หยุดเธอไว้ เธอจำได้ว่าเป็นเสียงของมิสคิงสลีย์ที่กำลังพูดกับใครบางคนข้างนอก และน้ำเสียงนั้นมีความแข็งกร้าวแบบที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

"อ้อ กลับมาแล้วเหรอ? แหม เช้านี้นายดูไม่ค่อยภูมิใจในตัวเองเท่าไหร่เลยนะ ยีน สจ๊วต นายดูเหมือนพวกหมาจิ้งจอกโคโยตี้ไม่มีผิด"

"ฟังนะฟลอ ถ้าผมเป็นโคโยตี้ ผมก็ไม่ใช่พวกที่จะย่องหนีไปเฉยๆ หรอกนะ" เขาพูด

"แล้วนายกลับมาทำไม?" เธอถามย้ำ

"ผมบอกแล้วไงว่าผมจะกลับมาน้อมรับความผิด"

"หมายความว่านายจะไม่หนีหน้าแอล แฮมมอนด์ งั้นสิ? ยีน นายมันหัวแข็งเหมือนวัวแก่ๆ เลยนะ แอลจะไม่มีวันรู้หรอกว่านายทำอะไรกับน้องสาวเขาถ้าหากนายไม่บอกเอง และถ้านายบอกล่ะก็ เขาจะยิงนายแน่ และคุณผู้หญิงคนนั้นเธอก็คงไม่แฉนายหรอก เธอเป็นพวกเลือดผู้ดีแท้ๆ เลยนะรู้ไหม เมื่อคืนเธอหน้าซีดซะจนฉันนึกว่าจะล้มพับลงตรงหน้าฉันอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่แม้แต่จะกะพริบตา ยีน สจ๊วต ฉันเป็นผู้หญิง และถ้าฉันไม่สามารถรู้สึกเหมือนที่มิสแฮมมอนด์รู้สึกได้ ฉันก็รู้ว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญมันแย่แค่ไหน เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุด มีแต่คนรุมล้อม และเป็นชนชั้นสูงที่สุดในนิวยอร์กเลยนะ มีทั้งมหาเศรษฐี ลอร์ด และดุ๊ก ตามจีบเธอกันให้ควั่ก มันจะเลวร้ายแค่ไหนสำหรับผู้หญิงอย่างเธอที่ต้องมาโดนคาวบอยขี้เมาจูบ! ฉันขอพูดเลยว่า—"

"ฟลอ ผมไม่ได้ล่วงเกินเธอแบบนั้นนะ" สจ๊วตโพล่งขึ้นมา

"งั้นมันแย่กว่านั้นเหรอ?" เธอถามเสียงขรึม

"ผมพนันไว้ว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนแรกที่มาถึงเมืองนี้ ผมกำลังเฝ้ารออยู่และก็เมามาก พอเธอมาถึง—ผมเลยไปตามบาทหลวงมาร์คอสมา แล้วก็พยายามจะขู่บังคับให้เธอแต่งงานกับผม"

"โอ้ พระช่วย!" ฟลอเรนซ์อุทาน "มันแย่กว่าที่ฉันกลัวไว้ซะอีก... ยีน แอลจะฆ่านายแน่"

"ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีแล้ว" คาวบอยหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

“ยีน สจ๊วต ถ้านายไม่กลับตัวกลับใจ เรื่องมันต้องเป็นแบบนั้นแน่” ฟลอเรนซ์โต้กลับ “แต่อย่าโง่ไปหน่อยเลย” คราวนี้เธอน้ำเสียงจริงจังและขอร้อง “ไปซะยีน ไปร่วมกับพวกกบฏที่ชายแดนนู่น—นายน่ะชอบขู่ว่าจะไปอยู่แล้วนี่นา อย่างน้อยก็อย่าอยู่ที่นี่เพื่อทำลายโอกาสที่แอลจะใจอ่อนเลย เขาจะฆ่านายแน่ๆ เหมือนที่นายจะฆ่าคนอื่นถ้ามาดูถูกน้องสาวนายนั่นแหละ อย่าสร้างเรื่องให้แอลลำบากใจเลยนะยีน เพราะมันจะทำให้คุณผู้หญิงคนนั้นพลอยเสียใจไปด้วย”

ความหมายที่แฝงอยู่นั้นไม่ได้รอดพ้นความเข้าใจของแมดเดอลีนไปได้ เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่เลี่ยงไม่ได้ต้องมาได้ยินเรื่องที่ไม่ควรฟัง เธอพยายามที่จะไม่เงี่ยหูฟังแล้วแต่ก็เปล่าประโยชน์

“ฟลอ คุณมองเรื่องนี้แบบผู้ชายไม่ได้หรอก” เขาตอบนิ่งๆ “ผมจะอยู่เพื่อรับผิดเอง”

“ยีน ฉันอยากจะด่าสาปแช่งนายจริงๆ หรือคาวบอยหัวรั้นคนไหนก็ตาม ฟังนะ แจ็ค พี่เขยของฉันได้ยินบางอย่างที่ฉันพูดกับนายเมื่อคืน เขาไม่ชอบหน้านาย และฉันกลัวว่าเขาจะไปบอกแอล เห็นแก่สวรรค์เถอะยีน ไปในเมืองซะ แล้วไปปิดปากเขาซะ... ปิดปากตัวเองด้วย!”

จากนั้นแมดเดอลีนก็ได้ยินเสียงฟลอเรนซ์เดินเข้ามาในบ้าน ครู่ต่อมาก็มีเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกเบาๆ

“มิสแฮมมอนด์ ตื่นหรือยังคะ?”

“ตื่นและแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ มิสคิงสลีย์ เข้ามาได้เลยค่ะ”

“โอ้! คุณได้พักผ่อนแล้ว ดู... ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ ฉันดีใจจริงๆ ออกมาข้างนอกเถอะค่ะ เราจะทานมื้อเช้ากัน แล้วหลังจากนั้นคุณก็น่าจะได้เจอพี่ชายได้ทุกเมื่อเลย”

“รอประเดี๋ยวค่ะ ฉันได้ยินคุณคุยกับคุณสจ๊วต มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้ยินน่ะค่ะ แต่ก็ดีแล้ว ฉันต้องพบเขา คุณช่วยบอกให้เขาเข้ามาในห้องรับแขกสักครู่ได้ไหมคะ?”

“ได้ค่ะ” ฟลอเรนซ์ตอบรับทันที และขณะที่เธอกำลังจะเดินพ้นประตู เธอก็ส่งสายตาที่สื่อความหมายแบบผู้หญิงมาให้แมดเดอลีนว่า ‘จัดการปิดปากเขาให้สนิทนะ!’

ไม่นานนัก ก็มีเสียงฝีเท้าที่ก้าวช้าๆ อย่างลังเลดังมาจากหน้าประตูบ้าน ตามด้วยการหยุดนิ่งครู่หนึ่งก่อนประตูจะเปิดออก สจ๊วตยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่สวมหมวกท่ามกลางแสงแดด แมดเดอลีนจำร่างสูงโปร่ง เสื้อกั๊กหนังกวางปักลาย ผ้าพันคอสีแดง ปลอกแขนหนังสีสดใส เข็มขัดเงินหัวโต และกางเกงหนังสำหรับขี่ม้า (Chaps) ได้ด้วยอาการขนลุกจางๆ

สายตาของเธอสำรวจเขาเร็วราวกับสายฟ้าแลบ แต่เมื่อเห็นหน้าเขาชัดๆ ในตอนนี้เธอกลับแทบจำไม่ได้ ตัวตนของเขาปลุกเร้าความรู้สึกต่อต้านในตัวเธอ ทว่ามีบางอย่างในใจ—มุมที่ยากจะเข้าใจในธรรมชาติของเธอเอง—กลับรู้สึกหวั่นไหวเมื่อได้มองคนเถื่อนหน้าคมเข้มที่ดูสง่างามคนนี้

“คุณสจ๊วต รบกวนเข้ามาข้างในหน่อยได้ไหมคะ?” เธอถามหลังจากนิ่งเงียบไปนาน

“ผมว่าคงไม่ดีกว่า” เขาพูด น้ำเสียงที่ดูสิ้นหวังนั้นบอกชัดว่าเขารู้ดีว่าตัวเองไม่คู่ควรจะเข้ามาในห้องเดียวกับเธอ เขาอาจจะไม่แยแสอะไรเลย หรือไม่ก็อาจจะแคร์มากจนเกินไป

แมดเดอลีนเดินไปที่ประตู ใบหน้าของชายคนนั้นดูแข็งกร้าว แต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้า และนั่นทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจ

“ฉันจะไม่บอกพี่ชายเรื่องที่คุณ... กิริยาที่ไม่ดีต่อฉันค่ะ” เธอเริ่มพูด แม้จะพยายามแค่ไหนเธอก็อดไม่ได้ที่จะใช้น้ำเสียงเย็นชาและดูห่างเหินตามแบบฉบับชนชั้นของเธอ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความรังเกียจอยู่ในใจ แต่เมื่อพูดออกไปแล้ว ความเมตตาและสงสารกลับตามมาโดยไม่รู้ตัว “ฉันเลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่คุณทำ เพราะตอนนั้นคุณไม่ได้มีสติครบถ้วน และเพราะฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องระหว่างแอลเฟรดกับคุณ ฉันจะไว้ใจได้ไหมว่าคุณจะเงียบไว้ และจะปิดปากบาทหลวงคนนั้นด้วย? และคุณก็รู้ว่ามีคนถูกยิงหรือบาดเจ็บที่นั่นเมื่อคืน ฉันอยากจะลืมเรื่องเลวร้ายนั่นซะ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันได้ยิน—”

“เจ้าเม็กซิกันนั่นไม่ตายหรอก” สจ๊วตขัดขึ้น

“อา! ถ้าอย่างนั้นก็ยังไม่แย่เท่าไหร่ ฉันดีใจแทนเพื่อนของคุณด้วยนะ... แม่สาวน้อยชาวเม็กซิกันคนนั้นน่ะ”

สีแดงระเรื่อค่อยๆ ลามไปทั่วใบหน้าของเขา ความละอายใจของเขานั้นเห็นได้ชัดจนน่าเวทนา สิ่งนี้ยืนยันในใจแมดเดอลีนว่า ถึงเขาจะเป็นคนป่าเถื่อนแต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายไปเสียหมด และนั่นทำให้เธอเปลี่ยนใจมายิ้มให้เขา

“คุณจะช่วยไม่ให้ฉันต้องลำบากใจไปมากกว่านี้ได้ไหมคะ?” คำตอบที่แหบพร่าของเขาฟังดูตะกุกตะกักไม่เป็นภาษานัก แต่เธอเพียงแค่เห็นใบหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจ เธอก็รับรู้ได้แล้ว

แมดเดอลีนกลับเข้าไปในห้อง และไม่นานฟลอเรนซ์ก็มาตามเธอไปทานมื้อเช้าด้วยกัน ความประทับใจที่แมดเดอลีนมีต่อเพื่อนของพี่ชายต้องถูกปรับเปลี่ยนใหม่ในแสงตะวันยามเช้า เธอสัมผัสได้ถึงธรรมชาติที่ร่าเริง ตรงไปตรงมา และอ่อนหวาน เธอชอบสำเนียงการพูดที่ลากเสียงช้าๆ แบบคนใต้ และเธอก็สงสัยว่าฟลอเรนซ์ คิงสลีย์ เป็นคนสวย หรือดูโดดเด่น หรือดูแปลกตากันแน่ เธอมีผิวพรรณที่มีเลือดฝาดดูสุขภาพดีจากการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใบหน้าขาดความโค้งมนนุ่มนวลอย่างผู้หญิงชาวตะวันออก มีดวงตาสีเทาใสราวกับคริสตัลที่จ้องมองอย่างมั่นคงและแหลมคม ส่วนผมก็เป็นลอนหนาสีสว่างที่ดูสวยงาม

พี่สาวของฟลอเรนซ์เป็นคนรูปร่างท้วมที่มีใบหน้าแข็งแกร่งและดวงตาที่เงียบสงบ พวกเขาเตรียมอาหารและบริการอย่างเรียบง่ายให้แก่แขก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขอโทษในความเรียบง่ายนั้น ซึ่งแมดเดอลีนรู้สึกว่าความเรียบง่ายนี่แหละที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจริงๆ เธอเอียนกับการต้องถูกยกยอปอปั้น เบื่อการถูกชื่นชมและประจบประแจง การได้เห็นผู้หญิงชาวตะวันตกเหล่านี้ปฏิบัติกับเธอเหมือนที่ปฏิบัติกับแขกคนอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก พวกเธออ่อนหวานและใจดี

สิ่งที่แมดเดอลีนเคยคิดว่าเป็นการขาดการแสดงออกหรือขาดชีวิตชีวาในตอนแรก แท้จริงแล้วคือการวางตัวอย่างเป็นธรรมชาติของผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงเปลือกนอก ฟลอเรนซ์เป็นคนร่าเริงและเปิดเผย ส่วนพี่สาวของเธอก็ดูเงียบขรึมและไม่ค่อยพูดนัก แมดเดอลีนคิดว่าเธออยากจะมีผู้หญิงแบบนี้อยู่ใกล้ๆ เวลาที่เธอเจ็บป่วยหรือมีปัญหา และเธอก็แอบตำหนิตัวเองที่มักจะจู้จี้จุกจิกและคอยจับผิดเรื่องมารยาทจนเผลอไปมองข้ามสิ่งที่ผู้หญิงเหล่านี้ขาดไป

“คุณขี่ม้าเป็นไหมคะ?” ฟลอเรนซ์ถาม “นั่นเป็นคำถามแรกที่ชาวตะวันตกจะถามคนที่มาจากตะวันออกเสมอเลยล่ะ หมายถึงขี่แบบคร่อมเหมือนผู้ชายน่ะค่ะ... โอ้ ดีจังค่ะ คุณดูแข็งแรงพอจะคุมม้าได้นะ ที่นี่เรามีม้าสวยๆ เยอะเลย ฉันว่าพอแอลมาถึง เราคงต้องไปที่ไร่ของบิล สติลเวลล์กัน เราต้องไปแน่ๆ ไม่ว่าจะอยากไปหรือเปล่า เพราะถ้าบิลรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ เขาคงจะลากเราไปกันหมดนั่นแหละ คุณจะต้องหลงรักลุงบิลค่ะ ไร่ของเขาอาจจะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่ทุ่งหญ้าและทางขี่ม้าบนภูเขาน่ะ... สวยสุดๆ ไปเลย เราจะไปล่าสัตว์ ปีนเขา และที่สำคัญที่สุดคือเราจะขี่ม้ากัน ฉันรักม้า รักลมที่ปะทะหน้า และรักทุ่งกว้างที่มีภูเขาคอยกวักมือเรียก

คุณต้องได้ม้าที่ดีที่สุดในทุ่งปศุสัตว์นี้ และนั่นหมายถึงแอล บิล และพวกคาวบอยคงต้องแย่งกันแน่ๆ ปกติพวกเราไม่ค่อยเห็นตรงกันเรื่องม้าหรอก ยกเว้นแต่ม้าสีเทาหมอกของยีน สจ๊วตตัวเดียวเท่านั้นแหละ”

“คุณสจ๊วตเป็นเจ้าของม้าที่ดีที่สุดในแถบนี้เหรอคะ?” แมดเดอลีนถาม เธอรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อนึกถึงภาพการควบม้าอันดุดันของสจ๊วตและม้าสีเข้มตัวโตตัวนั้น

“ใช่ค่ะ และนั่นคือสิ่งเดียวที่เขามี” ฟลอเรนซ์ตอบ “ยีนน่ะรักษาแม้แต่แส้ขี่ม้าไว้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่เขารักม้าตัวนั้นมากจริงๆ และเรียกมันว่า—”

ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องรับแขกที่ดังสนั่นก็ขัดบทสนทนาขึ้น พี่สาวของฟลอเรนซ์เดินไปเปิดประตู เธอเดินกลับมาและบอกว่า “ยีนน่ะเอง เขาเตร่ไปเตร่มาอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านตั้งนานแล้ว และเคาะประตูเพื่อจะบอกเราว่าพี่ชายของมิสแฮมมอนด์กำลังมา”

ฟลอเรนซ์รีบเข้าไปในห้องรับแขกโดยมีแมดเดอลีนตามมา ประตูเปิดกว้างอยู่ เผยให้เห็นสจ๊วตนั่งอยู่ที่บันไดระเบียง จากถนนเบื้องล่างมีเสียงกีบม้าย่ำดังมา แมดเดอลีนมองข้ามไหล่ของฟลอเรนซ์ไปและเห็นกลุ่มฝุ่นตลบกำลังเคลื่อนที่เข้ามา ในฝุ่นนั้นเธอมองเห็นเงาม้าและคนขี่ ความรู้สึกอบอุ่นและยินดีแล่นผ่านตัวเธอ ความรู้สึกนี้ทำให้นึกถึงความรักที่เธอเคยมีให้พี่ชายเมื่อตอนเป็นเด็ก หลายปีที่ผ่านมานี้เขาจะเปลี่ยนไปเป็นคนแบบไหนกันนะ?

“ยีน แจ็คปิดปากเงียบหรือเปล่า?” ฟลอเรนซ์ถามย้ำ และแมดเดอลีนก็ได้ยินน้ำเสียงที่เฉียบขาดของเธออีกครั้ง

“เปล่า” สจ๊วตตอบ

“ยีน! นายอย่าให้ถึงขั้นต้องสู้กันนะ แอลน่ะคุยกันได้ แต่แจ็คเกลียดนาย และเขาก็มีเพื่อนมาด้วย”

“ไม่มีการสู้กันหรอก”

“ใช้สมองหน่อยนะ” ฟลอเรนซ์สำทับ ก่อนจะหันมาดันตัวแมดเดอลีนกลับเข้าไปในห้องรับแขกเบาๆ

ความรู้สึกอบอุ่นของแมดเดอลีนเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เธอจะต้องเห็นพี่ชายใช้ความรุนแรงแบบเดียวกับที่เธอเห็นจากพวกคาวบอยหรือเปล่านะ? เสียงกีบม้ามาหยุดลงที่หน้าประตู แมดเดอลีนมองออกไปเห็นฝูงม้าที่เนื้อตัวมอมแมมและดูแข็งแรงกำลังย่ำกรวดและสะบัดหัวที่ดูซูบผอม

สายตาอันรวดเร็วของเธอสำรวจไปยังเหล่านักขี่ม้าที่ดูคล่องแคล่ว พยายามจะหาว่าคนไหนคือพี่ชายของเธอ แต่เธอก็หาไม่เจอ สายตาของเธอไปสะดุดกับเครื่องแต่งกายที่ดูหยาบกระด้างและลักษณะท่าทางที่ดุดันไม่ต่างจากคาวบอยอย่างสจ๊วต จากนั้นคนขี่ม้าคนหนึ่งก็โยนสายบังเหียน กระโดดลงจากอานม้า และก้าวยาวๆ ขึ้นบันไดระเบียงมา ฟลอเรนซ์ไปรอรับเขาที่ประตู

“ไง ฟลอ เธออยู่ไหน?” เขาเรียกอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับมองข้ามไหล่เธอไปเพื่อหาแมดเดอลีน เขาถึงกับกระโดดเข้าหาเธอ เธอแทบจำร่างสูงและใบหน้าสีทองแดงนั้นไม่ได้เลย แต่แววตาอบอุ่นของดวงตาสีฟ้าคู่นั้นยังคงคุ้นเคย ส่วนเขาเองดูเหมือนจะไม่มีความสงสัยเลยว่านี่คือน้องสาวของเขา เพราะเขาโผเข้ากอดเธอพร้อมกับเอ่ยคำต้อนรับที่ติดขัดด้วยความตื้นตัน จากนั้นเขาก็ผละออกแล้วจ้องมองเธออย่างสำรวจ

“เอาล่ะ น้องพี่...” เขาเริ่มพูด แต่ฟลอเรนซ์รีบหันมาจากประตูแล้วขัดจังหวะเสียก่อน

“แอล ฉันว่าคุณควรไปหยุดการโต้เถียงข้างนอกนั่นก่อนนะ”

เขาจ้องมองเธอ และดูเหมือนเพิ่งจะได้ยินเสียงตะโกนด่าทอจากบนถนน เขาปล่อยมือจากแมดเดอลีนแล้วพูดว่า “ให้ตายสิ! ผมลืมไปเลยฟลอ มีธุระนิดหน่อยต้องจัดการ ฝากน้องสาวผมไว้ข้างในนี้นะ แล้วก็อย่าเพิ่งตื่นตูมไปล่ะ”

เขาสั่งเสร็จก็เดินออกไปที่ระเบียงแล้วตะโกนบอกพวกพ้องว่า “หุบปากซะแจ็ค! นายด้วยเบลซ! ฉันไม่ได้อยากให้พวกนายมาที่นี่หรอกนะ แต่ในเมื่อมากันแล้ว ก็ต้องเงียบซะ นี่มันธุระของฉัน”

จากนั้นเขาหันไปหาสจ๊วตที่กำลังนั่งอยู่บนรั้ว “ไง สจ๊วต!” เขาเอ่ยทัก มันเป็นการทักทาย แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้แมดเดอลีนรู้สึกใจคอไม่ดี สจ๊วตค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินเข้ามาที่ระเบียงอย่างไม่รีบร้อน

“ไง แฮมมอนด์!” เขาตอบด้วยเสียงลากยาว

“เมื่อคืนเมาอีกแล้วเหรอ?”

“ก็นะ ถ้าคุณอยากรู้และถ้ามันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย... ใช่ ผมเมา... เมามากเลยล่ะ” สจ๊วตตอบ

มันเป็นการพูดที่ดูสุขุมนิ่งเฉย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคาวบอยคนนี้ควบคุมตัวเองได้และเป็นนายของสถานการณ์—ไม่ใช่ท่าทีที่จะเข้าไปซักไซ้ต่อได้ง่ายๆ ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง

“โธ่เว้ย สจ๊วต” แอลเฟรดพูดต่อ “เรื่องมันเป็นอย่างงี้ คนเขาลือกันไปทั่วเมืองว่านายเจอน้องสาวฉันที่สถานีเมื่อคืน แล้วก็... ดูถูกล่วงเกินเธอ แจ็คมันจ้องจะเล่นงานนาย เพื่อนๆ คนอื่นก็เหมือนกัน แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของฉัน ฟังนะ ฉันไม่ได้พาพวกเขามาที่นี่ พวกเขาแค่มาดูนายเคลียร์ตัวเอง หรือไม่ก็อย่างอื่น... ยีน นายหลงทางมานานแล้วนะ ทั้งเรื่องเหล้าและเรื่องอื่นๆ นายกำลังจะเสียคน แต่บิลคิด และฉันก็คิด ว่านายยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่ เราไม่เคยเห็นนายพูดโกหก คราวนี้มีอะไรจะบอกพวกเราไหม?”

“ไม่มีใครหาว่าผมเป็นคนขี้โกหกใช่ไหม?” สจ๊วตถามเสียงเอื่อยๆ

“ไม่มี”

“ดีแล้วที่ได้ยินแบบนั้น คืออย่างนี้แอล เมื่อคืนผมเมามากก็จริง แต่ไม่ได้เมาจนลืมสิ่งที่ทำลงไปหรอกนะ ผมบอกแพท ฮอว์ ไปแบบนั้นเมื่อเช้านี้ตอนที่เขาสงสัย ซึ่งนั่นก็ถือว่าผมสุภาพกับแพทมากแล้วนะ... เอาล่ะ ผมเจอคุณแฮมมอนด์รออยู่ที่สถานีคนเดียว เธอสวมผ้าคลุมหน้า แต่แน่นอนว่าผมรู้ว่าเธอเป็นเลดี้ ผมว่าพอนึกดูตอนนี้ คุณแฮมมอนด์คงจะตกใจกับความหวังดีของผมไปหน่อย และ—”

ในวินาทีนั้นเอง แมดเดอลีนที่ทำตามสัญชาตญาณโดยไม่ทันคิด เธอก็เลี่ยงจากฟลอเรนซ์แล้วเดินออกไปที่ระเบียง เหล่าชายหนุ่มพากันถอดหมวกซอมเบรโรลงทันที และม้าที่ซูบผอมเหล่านั้นก็สะดุ้งตกใจ

“สุภาพบุรุษทุกท่านคะ” แมดเดอลีนพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหอบ และความรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มก็ไม่ได้ช่วยให้เธอสงบลงเลย “ฉันยังใหม่กับวิถีชีวิตชาวตะวันตกมากค่ะ แต่ฉันคิดว่าพวกคุณกำลังเข้าใจผิด ซึ่งเพื่อความเป็นธรรมต่อคุณสจ๊วต ฉันอยากจะขอแก้ไขความเข้าใจนั้นค่ะ ความจริงคือเขาดู... มุทะลุและทำตัวแปลกประหลาดไปบ้างตอนที่เข้ามาหาฉันเมื่อคืน แต่เท่าที่ฉันเข้าใจเขาในตอนนี้ ฉันคิดว่าเป็นเพราะความปรารถนาดีของเขาค่ะ เขาอาจจะดูบ้าบิ่นและกะทันหันไปหน่อยในการเรียกร้องจะปกป้องฉัน จนดูเหมือนเขาไม่แน่ใจว่าจะปกป้องฉันแค่เมื่อคืนนี้หรือตลอดไปกันแน่ แต่ฉันยินดีที่จะบอกว่า เขาไม่ได้พูดคำไหนที่ไม่ให้เกียรติฉันเลยค่ะ และเขาก็พาฉันมาส่งที่บ้านมิสคิงสลีย์อย่างปลอดภัย”

กดอ่านตอนต่อไป >> ที่นี่ << รอแพร่บนึ่งนะ

.⋆。🌶️🌿˚ และนอกจากนิยายโรมานซ์อ่านสนุกเรื่องนี้แล้ว คุณนักอ่านสามารถสนับสนุนผลงาน #นิยายรสแซ่บจัดจ้านจนนิพพานสีจมปูว์ ของ #แมงมุมใต้เตียง ที่แต่งจบแล้วพร้อมอ่านได้เลยได้ที่ comment หรือที่ BIO ตลอด 24 ชั่วโมง นะคะ ✨👇✨ สุดปัง สุดปัง กำลังรับนักอ่านจำนวนไม่จำกัด!
#นิยาย | #อ่านนิยาย | #eBook | #romancenovels | #fiction  | #นิยายอ่านสนุกทุกเทศกาล #2025trend #ตำนานรักของเทพเจ้า

 แวะชม แวะอ่าน แวะโหลดนิยายรสแซ่บจัดจ้านที่ใครก็อยากมีไว้อ่านก่อนนอนทุกคืนที่นี่*

Niyay Z A P !
.⋆。˚ นิยายเขาอ่านแล้วปวดใจ ... มาอ่านนิยายที่ Blog เค้าเอามั้ย เธอจะได้แต่เรื่องปวดเอว~* สุดปัง
คำอธิบาย:  👑 อย่าลืมมาเป็นนักอ่าน VIP ของเราเพื่อรับสิทธิพิเศษเข้าถึงนิยายรักเรื่องใหม่ รวมถึงนิยายแปลสุดคลาสสิก อ่านได้เลยใน BLOG สุดเก๋ สุดคลู ที่จะมอบให้แก่นักอ่าน VIP ที่น่ารักที่สุดเท่านั้น เมื่อคุณนักอ่านสะสมครบเงื่อนไขแล้วสามรถ inbox นิยายในคลังของคุณมาอวดกันได้และรับ link ไปเลย! มีนิยายให้เอา เอ้ย! ให้อ่าน 2 เรื่องพิเศษแล้วและจะทะยอยวางอย่างต่อเนื่องนะคะ 👑 *รับสิทธิพิเศษอ่านนิยายรสเข้มข้นใหม่ๆ อ่านจบเรื่องเลยได้ฟsี 12 เรื่องสั้น และ 1 เรื่องยาว*

นิยาย : อ่านฟรี
🔺กดรับ link นิยายได้ที่รูปภาพบนนี้


นิยายน่าอ่าน

.⋆。🌶️˚ แนะนำนิยายรสแซ่บ

.⋆。🌶️˚ คุณเคย..ตกหลุมรักใครสักคน ซ้ำๆ บ้างไหม? พบคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ที่ .. นิยายรสแซ่บ : Me EBook @ MEB 🌐 พิกัด: กดรับ link ที่รูปภ...

นิยายยอดฮิต: HIT & HOT